จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อดาวพลูโต(พ) จรเป็น จตุโกณกับดวงเมืองและดวงโลก

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อดาวพลูโต(พ) จรเป็น จตุโกณกับดวงเมืองและดวงโลก

จะเกิดอะไร เมื่อดาวพลูโต(พ) จะเป็น ๔ กับดวงเมืองไทยและดวงโลก

.

 จากหนังสือ Pluto by Fritz Brunhubner ซึ่งจัดพิมพ์โดย National Astrological Library,USA,in 1934  ฟริตท์ บรุนฮุบเนอร์ เป็นนักโหราศาสตร์ชาวเยอรมัน ได้เขียนบทความนี้ในเดือนธันวาคม ค.ศ.1934  ท่านอาจารย์ซิเซโร ได้นำบทความของท่านมาถ่ายทอดในหนังสือ มฤตยู เนพจูน พลูโต  พอสรุปได้ใจความที่สำคัญดังต่อไปนี้ 

.

 ดาวมฤตยู(๐) ดาวเนปจูน(น) และดาวพลูโต(พ) เป็นดาวในระบบสุริยะจักรวาล ซึ่งนักโหราศาสตร์ได้ศึกษาค้นคว้า วิถีโคจรของดาวทั้ง ๓ ดวง อย่างละเอียด พบว่า ดาวทั้ง ๓ ดวงนี้ได้ชื่อว่า “เป็นเทพเจ้าแห่งความวิบัติและการทำลายล้าง”  ปรากฎการณ์ต่าง ๆ ที่เลวร้ายบนโลกนี้ เช่น การนองเลือด อุบัติภัยที่ร้ายแรง การเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และระบบการปกครอง เป็นผลมาจากอิทธิพลของดาวมฤตยู(๐) ดาวเนปจูน(น) และดาวพลูโต(พ) แทบทั้งสิ้น

.

 คำว่า พลูโต เป็นภาษาละติน หมายถึงคนร่ำรวย พลูโต เป็นเทพเจ้า Zeus  เทพเจ้าเหนือความตาย ผู้ปกครองอยู่เหนือสิ่งที่มองไม่เห็น เทพเจ้าพลูโตจะเป็นผู้นำความตายและการทำลายล้างมาให้แก่สิ่งที่มีชีวิต

.

 การค้นพบดาวมฤตยู(๐)  ทำให้โลกรู้จักธาตุเรเนียม การค้นพบดาวเนพจูนและดาวพลูโต ทำให้โลกรู้จักธาตุใหม่ ๒ ธาตุ คือ ธาตุเนพจูเนียมและพลูโตเนียม

.

ดาวมฤตยู(๐) และดาวเนพจูน(น) เป็นดาวที่เป็นผู้บุกเบิก เพื่อค้นพบดาวพลูโต  (พ) ซึ่งเป็นดวกลุ่มนอกดาวเสาร์(๗)

.

 ดาวมฤตยู(๐) ทำหน้าที่ในการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและการปฏิวัติในการคิดประดิษฐ์สิ่งใหม่ ๆ รวมทั้งความรู้เกี่ยวกับสสาร เช่นไฟฟ้า วิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์ เครืองยนต์กลไก เป็นสะพานเชื่อมต่อระหว่างวัตถุและวิญญาณ

.

 อิทธิพลของดาวมฤตยู(๐) ได้ทำหน้าที่ให้เกิดโลกยุคสมัยใหม่ ดาวเนพจูน เป็นดาวที่ทำให้เกิดความสับสนและความระส่ำระส่ายให้เกิดขึ้นกับมวลมนุษยชาติ ดาวพลูโต(พ) เป็นดาวแห่งการต่อสู้ ต่อสู้จนกว่าจะบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ดาวพลูโต เป็นเส้นแบ่งระหว่างเหตุการณ์ ๒ ยุค คือ การล่มสลายของยุคเก่าและการเกิดขึ้นของยุคใหม่ ดาวพลูโต(พ) เป็นตัวสร้างความปั่นป่วนของสถานการณ์โลกจากหน้ามือเป็นหลังมือ อิทธิพลของดาวพลูโต(พ) จะเต็มไปด้วยความโหดร้ายและรุนแรง

.

 ดาวมฤตยู(๐) เป็นดาวที่ปลุกให้โลกตื่นขึ้น เนพจูน(น) เป็นผู้รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้น ส่งต่อให้ดาวพลูโต(พ)  ดาวพลูโต(พ)จะรับภาระในการเป็นทูตและผู้ถือสารแห่งโลกยุคใหม่ ทำหน้าที่ในการสร้างสรรค์โลกยุคใหม่ให้ประสบความสำเร็จ จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชนิดถอนรากถอนโคน เช่น การนำความร้อนจากพลังแสงอาทิตย์(๑)มาใช้ประโยชน์ เช่น ระบบโซลาเซลล์  นำความร้อนจากภายใต้พื้นโลกมาใช้ นำการเคลื่อนไหวของน้ำในมหาสมุทรมาใช้  (ดีถีขึ้นแรม)  นำพลังงานจากภูเขาไฟมาใช้ประโยชน์ การเพาะปลูกพืชโดยวิธีการใหม่ ๆ และทฤษฎีใหม่ ๆ

.

 กล่าวโดยสรุป ดาวมฤตยู(๐) มีอำนาจในการบงการ ก่อให้เกิดการประดิษฐ์คิดค้น เครื่องยนต์กลไก นวัตกรรมใหม่ ๆ ปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence) ดาวเนพจูน(น) มีอำนาจบงการก่อให้เกิดของเหลว เช่นน้ำมัน และมายาการทุกชนิดที่ไม่มีรูปร่างแต่สามารถสัมผัสได้ด้วยความรู้สึก (Sixsense) ดาวพลูโต(พ) มีอำนาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากสิ่งหนึ่งไปเป็นอีกสิ่งหนึ่ง  และพลังงานอะตอมมิคในทางวิชาเคมี พลูโต หมายถึุง เคมีนิวเคลียร์ (Nucleur Chemistry) 

.

 นักโหราศาสตร์ยุคใหม่ได้อธิบายอิทธิพลของดาวแต่ละดวงออกไปตามหลักวิทยาศาสตร์ ดังนี้

ดาวอาทิตย์(๑) ทำให้เกิดสิ่งมีชีวิต

ดาวเสาร์(๗) ทำให้เกิดรูปร่าง (Form)

ดาวอังคาร(๓) ทำให้เกิดการเคลื่อนไหว (Movement)

ดาวพฤหัส(๕) ทำให้เกิดการเติบโต (Growth)

ดาวพุธ(๔) ทำให้เกิดความคิดและการใช้ความคิด (Intelligence)

ดาวศุกร์(๖) ทำใหัเกิดความรู้สึก (Feeling)

ดาวจันทร์(๒) ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และการขยายเผ่าพันธ์ (Reproduction)

ดาวมฤตยู(๐) ทำให้เกิดการนำความรู้ทางญาณปัญญา(Wisdom)จากประสบการณ์เก่า ๆ มาใช้ให้เป็นประโยชน์

ดาวเนพจูน(น) ทำใหัเกิดสมรรถนะที่ใช้ความรู้สึก รับเอาสิ่งที่สัมผัสได้ทางความรู้สึก กล่าวคือสามารถทำสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นไดั้ ไม่มีตัวตนให้กลายมาเป็นความจริงไดั

#ดาวพลูโต(พ)  ทำให้เกิดการเปลี่ยแปลงพลังงานทุกชนิด

ธรรมชาติของดาวพลูโต จะมี ๔ ประการ คือ

๑.การทำลายล้างเกิดขึ้น จะเกิดสงครามระหว่างประเทศ

๒.การแปรสภาพจากสิ่งหนึ่งเป็นอีกสี่งหนึ่ง โดยเฉพาะทางด้านสังคมและวัฒนธรรมจะเปลี่ยนไป  โดยเฉพาะสังคมด้านครอบครัว จะไม่เหมือนเดิม 

๓.การผลิตนวัตกรรมใหม่จากสิ่งที่มีอยู่เดิม ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่

๔. การกระทำที่เป็นโครงการระยะยาว จะมีโครงการระยะยาวเกิดขึ้นหลากหลายโครงการ

 ศตวรรษที่ผ่านมาเป็นศตวรรษของดาวมฤตยู(๐)และดาวเนพจูน(น) เป็นศตวรรษแห่งภูมิปัญญาและการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงด้านภูมิปัญญาที่หลากหลายโดยอิทธิพลธิพลของดาวมฤตยู(๐)

 แต่จากนี้ต่อไปจะเป็นศตวรรษแห่งดาวพลูโต(พ) จะเป็นโลกยุคเทคโนโลยี  เป็นโลคยุคใหม่ที่เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไป  ซึ่งไม่เคยปรากฎมาก่อนในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ พฤติกรรมทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ในสังคมมนุษย์ยุคนี้จะเปลี่ยนโฉมหน้าออกไปย่างเหลือคณานับ โฉมหน้าของมนุษยชาติจะเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิงทั้งด้านวัตถุและจิตใจ  ภายใต้อิทธพลของดาวพลูโต(พ) โลกจะวิปริตแปรผันไป โรคภัยไข้เจ็บจะแปลกประหลาดพิสดารกว่าเดิม  ความลึกลับมหัศจรรย์ทางจิตวิญญาณ ปัญหาทางด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมืองจะเปลี่ยนแปลงรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม

 ดาวพลูโตเป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างเหตุการณ์สองเหตุการณ์คือ (1) การล่มสลายของยุคเก่า (2) การเกิดขึ้นของยุคใหม่ เป็นตัวสร้างความปั่นป่วนที่ทำให้เกิดสถานการณ์แบบหน้ามือเป็นหลังมือในเหตุการณ์ของเมืองไทยและของโลก

  “ดาวพลูโตกำลังจะเป็นผู้วางรูปโฉมหน้าใหม่ให้แก่มวลมนุษยชาติ จะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในด้านวัฒนธรรม (Culture) พลูโตจะเป็นผู้ลงมือช่วยมวลมนุษย์ในการต่อสู้รณรงค์กับอำนาจของธรรมชาติ ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้น มนุษย์ไม่เคยรู้และไม่พบเห็นเห็นมาก่อน 

 ดวงเมืองไทยและดวงโลก ลัคนาสถิตราศีเมษ ดาวพลูโต ในดวงชาตาเดิม สถิตราศี มังกร ธาตุดิน   ตั้งแต่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ - ๑๖ มกราคม ๒๕๘๓ ขณะนี้ดาวพลูโต(พ) จรไปสถิตราศีมังกร ธาตุดิน ฉะนั้น ดาวพลูโต เป็นธาตุ ชั้น ๑ อสีติธาตุ ให้คุณแก่ดวงเมืองและดวงโลก  แต่ดาวพลูโต(พ) เป็นจตุโกณกับดวงเมืองและดวงโลก ดาวพลูโต เป็นดาวบาปเคราะห์  เมื่อเป็น ๔ กับดวงเมืองและดวงโลก หากให้คุณก็ให้คุณมาก หากให้โทษก็ให้โทษมาก 

 ศตวรรษนี้   เป็นปีที่ ๒๓ ของศตวรรษที่ ๒๑  เป็นศตวรรษของดาวพลูโต(พ)  เช่นเดียวกับปลายศตวรรษที่ผ่านมา โลกจะถูกครอบงำด้วยอิทธิพลของดาวเนพจูน(น) ซึ่งเป็นศตวรรษแห่งภูมิปัญญาและการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงทางภูมิปัญญาโดยอิทธิพลของดาวมฤตยู(๐) 

ความหมายของดาวพลูโต(พ)  คือจิตใจในส่วนลึกของ ลักษณะของแต่ละบุคคล (The Depths of personality)  จิตใจในสวนลึกของความสัมพันธ์ระหว่างคนแต่ละคน(  The Depths of human relatinship) จิตใจในส่วนลึกของสัญชาติญาณทางสังคม(The Depths of social instinct)  ความรู้สึกนึกคิดในส่วนลึกของจิตใจคน(The Depths of Mind)  

ดาวพลูโตมีส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้าให้มนุษยชาติ จะมีการนำเครื่องจักรกลมาใช้ในการผลิตสินค้าชนิดต่าง ๆ แทนคน 

วิชาโหราศาสตร์เป็นวิชาที่มีข้อมูลที่ไม่มีเขตสิ้นสุดในการเรียนรู้  ยิ่งมนุษย์และสังคม มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดาวพลูโตเป็นดาวดวงหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญที่นำมาใช้ในการวิเคราะห์สังคม เศรษฐกิจ วิทยาการสาขาต่างๆ  เช่น ความรัก การแต่งงาน โชคลาภทางด้านการเงิน

ทางด้านโหราศาตร์ตะวันตก เปรียบเทียบดาวพลูโต เสมือนกับดาวอังคาร(๓) แต่เป็นดาวอังคารยกกำลังสอง  ดาวอังคาร(๓) หมายถึงพลังงาน(Energy) เช่นเดียวกับดาวพลู(พ) ก็เป็นพลังงาน (Energy) แต่เป็นพลังงานยกกำลังสองของดาวอังคาร(๓) 

ตามหลักโหราศาสตร์ไทย จะมีคำจำกัดความว่า “กล้าแข็งขขัน ทายอังคาร”  ดาวอังคาร(๓) เป็นส่วนหนึ่งในการกระ ตุ้นการสูบฉีดโลหิต  ทำให้เป็นคนขยันขันแข็งในการทำงาน ประกอบกับดาวอังคาร(๓) เป็นธาตุลม แสดงนิสัยเป็นคนโกรธง่าย ชอบทำอะไรตามใจตัวเอง ชอบผจญภัย 

ดาวอังคาร(๓) เป็นตัวการที่แสดงออกอย่างเป็นรูปธรรม มากว่านามธรรม แต่ดาวพลูโตเป็นตัวการแสดงออกทางนามธรรมมากกว่ารูปธรรม (ทางด้านจิตใจ มากกว่าทางด้านร่างกาย) 

ดาวอังคาร(๓) หากดับสูญเป็นการดับสูญทางด้านร่างกาย

ดาวพลูโต เป็นการดับสูญทางด้านพลังงาน( Energy)

การดับสูญทางด้านพลังงาน(Energy) เป็นการดับสูญพลังงานของพลังงานในรูปแบบหนึ่ง แต่พลังงานนั้นจะไปเริ่มต้นเกิดใหม่ ในอีกรูปแบบหนึ่ง  ซึ่งลักษณะเช่นนี้  เป็นการพิสูจน์ว่า สรรพสิ่งในโลกไม่มีการสิ้นสุด เป็นแต่เพียงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการมีอยู่ หมายถึงการเปลี่ยนจากสภาพหนึ่งไปเป็นอีกสภาพหนึ่ง  ซึ่งจะตรงกับคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ว่า วัฎฎะสงสาร คือการเวียนว่ายตายเกิดในวัฎฎะสงสาร  หรือกฏแห่งสันตติ ความต่อเนื่องแห่งพลังงาน หรือกฏแห่งปฏิจจะสมุปบาท  

จากตำราโลกธาตุ ได้นำกฏเกณฑ์เหล่านี้ มาใช้วิชาโหราศาสตร์  โดยใช้ดาวพลูโต เป็นเครื่องมือในการศึกษาปรากฏการณ์ของสันตติ จะตรงตามหลักของศาสนาพุธ

ตามทฤษฏีวิทยาศาสตร์ พลังงานย่อมไม่สูญหายแต่จะแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานในรูปแบบอื่น ๆ ได้  “พลังงานทั้งสิ้นที่อยู่ในจักรวาลย่อมมีปริมาณคงที่ พลังงานเป็นสิ่งที่จะสร้างให้มีขึ้นหรือทำลายให้สูญสิ้นไปไม่ได้ แต่พลังงานสามารถจะแปรสภาพจากรูปหนึ่งไปสู่รูปแบบอื่น ๆ ได้ เช่น แปรสภาพไปเป็นความร้อน แสง เสียง 

ดาวพลูโต(พ) จรสถิตราศีมังกร เป็นจตุโกณจากดวงเมืองและดวงโลก ดาวจรที่เป็นจตุโกณฑ์หากให้คุณก็ให้คุณมาก หากให้โทษ ก็ให้โทษมาก ในเมื่อดาวพลูโตซึ่งจัดว่าเป็นดาวบาปเคราะห์ ฉะนั้น เมื่อเป็นจตุโกณก็บดวงเมืองและดวงโลก ก็จะให้โทษมากกว่าให้คุณ

ดวงเมืองและดวงโลกที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของดาวพลูโต จะเกิดผลดังต่อไปนี้

๑. โลกจะวิปริตแปรผันไปด้วยความเร้าร้อน เกี่ยวกับภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว น้ำท่วม ภูเขาไฟระเบิด

๒. โรคภัยไข้เจ็บ จะแปลกประหลาดพิศดารแบบไม่เคยพบมาก่อน ไม่มียารักษา

๓. มนุษย์จะล้นโลก ทำให้เกิดความขาดแคลนด้านอาหาร

๔. ทะเลและมหาสมุทรที่ไร้ค้า กลับมีค่ามหาศาลจากทรัพยากรใต้มหาสมุทร  จะมีการแย่งชิงพื้นที่เขตแดนในทะเลและมหาสมุทร 

๕. จะมีศาสตร์ลึกลับถูกนำออกมาเผยแพร่ เพื่อชักจูงให้คณหลงเชื่อ 

๖. จะเกิดปัญหาทางด้านสังคม ทั้งด้านครอบครัว ประเทศชาติและทั่วโลก สภาพจิตใจของมวลมนุษยชาติจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่ดี  สถานบันครอบครัวจะเปลี่ยนแปลงไป 

๗. เศรษฐกิจจะตกต่ำทั่วโลก 

๘. การเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม  นักการเมืองยุคเก่าจะไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชน 

สรป จากนี้ต่อไปจะเป็นศตวรรษแห่งดาวพลูโต(พ) จะเป็นโลกยุคเทคโนโลยี  เป็นโลคยุคใหม่ที่เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไป  ซึ่งไม่เคยปรากฎมาก่อนในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ พฤติกรรมทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ในสังคมมนุษย์ยุคนี้จะเปลี่ยนโฉมหน้าออกไปย่างเหลือคณานับ โฉมหน้าของมนุษยชาติจะเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิงทั้งด้านวัตถุและจิตใจ  ภายใต้อิทธพลของดาวพลูโต(พ) โลกจะวิปริตแปรผันไป โรคภัยไข้เจ็บจะแปลกประหลาดพิสดารกว่าเดิม  ความลึกลับมหัศจรรย์ทางจิตวิญญาณ ปัญหาทางด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมืองจะเปลี่ยนแปลงรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม สิ่งที่เลวร้ายที่สุดของดาวพลูโตที่เป็นจตุโกณกับดวงเมืองไทยและดวงโลก  ก็คือการบิดเบือนพลิกแพลงความจริงอย่างหนึ่งให้เป็นความจริงอีกอย่างหนึ่ง เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่คนอีกกลุ่มหนึ่งโดยไม่คำนึงถึงหลักกฏหมายหรือหลักเกณฑ์ที่ถูกต้อง

Read more

ดาวเสาร์(๗) เล็งลัคนา ให้โทษแก่เจ้าชาตาจริงหรือ

ดาวเสาร์(๗) เล็งลัคนา ให้โทษแก่เจ้าชาตาจริงหรือ

ดาวเสาร์(๗)   เล็งลัคน์ ให้โทษแก่เจ้าชาตาจริงหรือ จากโคลงดาวที่ได้ตำแหน่งเป็นพินทุบาทว์ว่า  “เสาร์เพ่งเล็งลัคน์แล้ว  อสุรา ภุมเมนท์อัษฎา   ว่าไว้ จันทร์เป็นสิบเอ็ดแก่รา-  หูเล่า อาภัพอัปภาคย์ให้  โทษแท้ประเหิ

วันไหว้ครูโหราศาสตร์ไทย ๒๕๖๙

วันไหว้ครูโหราศาสตร์ไทย ๒๕๖๙

ครูโหรสอนศาสตร์ตำราเก่า  เรือนชาตาเป็นตัวเรื่องเนื่องวิถี ดาวเจ้าเรือนชาตาเป็นตัวแสดงมี  ดำเนินบทชีวีตามแรงดาว หนึ่งตนุเรื่องตัวตนยลอัธยาศัย   สองกดุมภ์ทรัพย์สินได้หรือร้าว สามสหัชชะพี่น้องเพื่อนพราว  สี่พันธุความเป็นคราวบ้านเรือน ห้าปุ

ดวงมหาธนะโยค หรือโยคเศรษฐี  หรือดวงปริวรรษเกษตร

ดวงมหาธนะโยค หรือโยคเศรษฐี หรือดวงปริวรรษเกษตร

ดวงมหาธนะโยค หรือโยคเศรษฐี  หรือดวงปริวรรตเกษตร หมายถึง ดาวเจ้าเรือนเกษตรสลับกันอยู่ตั้งแต่สามราศีขึ้นไป การหมุนวนเป็นวงกลม ของดาวเจ้าเรือนภพหนึ่งไปอยู่อีกภพหนึ่ง และดาวเจ้าเรือนภพนั้น ไปอยู่อีกภพหนึ่งวนไปจนกลับมาที่เดิม และต้องมากกว่า สามภพขึ้นไป  ดาวแต่ละดวงจะส่งเสริมซึ่งกันและกั

หลักแท้ของทำนายดวงชาตาตามระบบธาตุและเรือนชาตาในโหราศาสตร์ไทย

หลักแท้ของทำนายดวงชาตาตามระบบธาตุและเรือนชาตาในโหราศาสตร์ไทย

หลักแท้ของการทำนายโหราศาสตร์ไทยระบบธาตุและเรือนชาตา ท่านอาจารย์บรรเทา จันทร์ศร (อุตรภัทร์) ท่านกล่าวไว้ในหนังสือกลวิธีพิจารณาดวงชาตา ถึงหลักแท้ของการพยากรณ์ดวงชาตา ว่ามีหลักสำคัญเพียง ๓ ประการ คือ  ๑. เรือนชาตาประจำราศี ๒. ดาวเคราะห์ ประจำราศี  ๑๒ ราศี  เริ่มต้นจากราศีเมษ มีดาวเกษตรประจำราศี ดั