ดาวจันทร์(๒) ราชินีแห่งจักรวาล

ดาวจันทร์(๒) ราชินีแห่งจักรวาล

ดาวจันทร์ ราชินีแห่งจักรวาล

ดาวจันทร์(๒) ตามคำกลอนที่ว่า รูปจริตทายจันทร์ จากคำกลอนนี้ มีคำที่สำคัญ(Keyword) จำนวน ๒ คำ คือคำว่า รูป กับคำว่า จริต คำว่า รูปร่าง หมายถึงเป็นคนมีรูปร่างสวยงาม หล่อเหลา เป็นคนมีเสน่ห์ คำว่าจริต หมายถึง เป็นคนมีกิริยามารยาทดี การเดิน การนอน การนั่ง เรียบร้อย น่ารัก ท่านอาจารย์สิงห์โต สุริยาอารักษ์ ท่านกล่าว หากเปรียบกับต้นไม้ ดาวจันทร์(๒) เปรียบเสมือนกับแก่น หมายถึง เป็นคนมีกลิ่นหอม เป็นคนมีเสน่ห์สำหรับเพศตรงข้าม คนที่มีดาวจันทร์(๒) ถึงลัคนาเป็นพยัคฆนาม หมายถึงเสือโคร่ง เป็นคนที่จิตใจไม่แน่นอน บางครั้งก็ดี บางครั้งก็ร้ายอาจจะทำร้ายคนใกล้ชิดได้ ดาวจ้นทร์(๒) เป็นดาวประเภทราคะจริต หมายถึง เป็นคนรักสวยรักงาม ทันแฟชั่น เป็นคนทันสมัยตามยุคตามสมัย

ท่านอาจารย์บุศรินทร์ ปัทมาคม จากหนังสือโหราศาสตร์เรียนด้วยตนเอง ท่านกล่าวว่า ๑.ดาวจันทร์(๒) ยังทำนายถึงเรื่องอุปนิสัย หากถึงลัคนา จะเป็นคนมีอุปนิสัยโอนโยน กิริยาวาจาน่ารัก เป็นคนรู้จักเอาใจคนอื่น จะมีท่าทางอ่อนโยนแบบธรรมชาติไม่ได้ดัดจริต ข้อเสียของคนที่ดาวจันทร์(๒) ถึงลัคนา จะเป็นขี้ใจน้อย เป็นคนโกรธง่าย แต่หายเร็ว เป็นคนขี้ใจอ่อน เป็นคนเจ้าแง่แสนงอน ๒. ดาวจันทร์(๒) ยังหมายถึงดวงตา คนที่มีดาวจันทร์(๒) ถึงลัคนา จะเป็นคนมีนัยน์ตาเป็นประกาย น้ยน์ตาสวยงาม นัยน์ตาหวาน นัยน์ตามคมบาดตาบาดใจเพศตรงข้าม มีแววตาแบบกรุ้มกริ่มเจ้าชู้ ๓. ดาวจันทร์(๒) หากถึงลัคนา หากเป็นหญิง จะเป็นคนที่มีหน้าอกสวย จะเป็นคมีทรวงดทรง รูปร่างได้สัดส่วน ถึงแม้อายุจะมาก เรือนร่างก็จะไม่ทรุดโทรมไปตามวัย เรียกว่า สาวและสวยกว่าอายุจริง หากเป็นชาย ร่างกายจะหล่อเหลา รูปร่างสมาร์ทสมชายถึงแม้อายุจะมาก ๔. คนที่มีดาวจันทร์(๒) ถึงลัคนา จะเป็นคนมีผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล ๕.ดาวจันทร์(๒) ยังหมายถึงแม่ หากดาวจันทร์๒) ถึงลัคนาสามารถทำนายถึงเรื่องชาติตระกูลของแม่และความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับแม่ เจ้าชาตาจะผูกพันกับแม่มาก แม่จะรักเจ้าชาตามาก แต่ถ้าดาวจันทร์(๒) อยู่ในเกณฑ์ที่เสีย เจ้าชาตาจะไม่ค่อยถูกกับแม่หรืออาจจะพลัดพรากจากแม่ ๖. ดาวจันทร์(๒) เป็นดาวธาตุดิน เป็นเกษตรในราศีกรกฎ ราศีธาตุน้ำ เจ้าชาตาจะเป็นคนเยือกเย็นสุขุม ด้านอารมจะเป็นคนมีอารมณ์อ่อนไหว เปลี่ยนแปลงง่าย ไม่หนักแน่น แต่ท่าทางที่แสดงออกมักจะเป็นคนสุขุมเยือกเย็น ไม่เอะ โผงผาง ไม่เหมือนพวกที่มีดาวอังงคาร(๓) และดาวเสาร์(๗) ถึงลัคนา

เมื่อดาวจันทร์(๒) ในดวงชาตาเดิม สถิตราศีต่าง ๆ  จะมีความหมายดังต่อไปนี้

ดาวจันทร์อยู่ราศีเมษ ซึ่งมีดาวอังคาร(๓) เป็นดาวเจ้าเรือน ได้ตำแหน่งมหาจักร ดาวจันทร์(๒) เป็นมหาจักร ในราศีเมษ ดวงมหาจักร   ดวงดาวที่เป็นมหาจักร เป็นดวงดาวที่ให้คุณแน่นอนที่สุด  มหาจักร แปลว่าความเจริญดีงามอย่างใหญ่ ดวงดาวที่เป็นกับมหาจักร คือตำแหน่งของดวงดาวที่จะนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง และร่ำรวยอันยิ่งใหญ่จริงๆ เป็นตำแหน่งดาวที่ให้คุณสมบัหากติอันดี สมชื่อ ซึ่งเป็นมงคลสูงส่ง จึงให้คุณต่างๆ กัน  ดาวจันทร์(๒) เป็นจันทร์มหาจักร ให้คุณทางรูปสวยรวยทรัพย์ มักได้ดี เป็นใหญ่เป็นโต มีเกียรติชื่อเสียง มีหลักฐาน ที่ดิน ตึก อาคาร ถ้าสตรี มักจะได้สามีที่มีหลักฐานสูงๆ เสมอ อาจเป็นคุณหญิง คุณนาย ท่านผู้หญิงก็ได้ แม้จะหาบของขายแต่เดิมก็ให้คุณแน่นอน หากเป็นชาย จะมีตำแหน่งหน้าที่การ งานสูงในหน่วยงานที่รับผิดชอบ

และได้ตำแหน่งอุจจาวิลาส  ดาวจันทร์เป็นอุจจาวิลาส ให้คุณ คือทำให้เป็นบุคคลที่มีเสน่ห์รุนแรง ให้คุณทางเมตตา เหมาะในการสาธารณกิจ และมักเจ้าชู้ เป็นที่พึ่งแก่ผู้อื่นได้ด้วย ความหมายของ “จันทร์อุจจาวิลาส”   คำว่า “อุจจาวิลาส” แปลว่า: “งดงามสูงสุดในช่วงกลางของความรุ่งเรือง”  คือ “ตำแหน่งกลางของราศีอุจจ์” ที่ให้คุณแบบนุ่มลึก คงที่ และสง่างามเป็นตำแหน่งที่ไม่ได้รุนแรงโลดโผนแบบอุจจ์ต้นราศี (ราชา) ไม่หย่อนแบบอุจจาภิมุขที่ดาวกำลังจะลดลง แต่เป็น ช่วงมั่นคง งดงาม และงามอย่างมีศิลป์

๑.  ดาวจันทร์ (๒) สถิตราศีเมษ  ได้ตำแหน่ง มหาจักร + อุจจาวิลาส

(เรือนของดาวอังคาร ๓ : พลังกล้า ผสานเสน่ห์นุ่มลึก)  ต่อไปนี้คือการเรียบเรียงความหมาย ตามแนวครูโหรไทย ให้เห็น “ชั้นคุณภาพ” ของตำแหน่งนี้อย่างชัดเจน

๑) แก่นความหมาย “จันทร์มหาจักร”  มหาจักร แปลว่า ความเจริญดีงามอย่างใหญ่  เป็นตำแหน่งดาวที่ ให้คุณแน่นอนที่สุด และมักให้ผลเป็นรูปธรรม  เมื่อ ดาวจันทร์ (๒) เป็น มหาจักรในราศีเมษ   ให้คุณเด่นด้านความรุ่งเรือง ความมั่งคั่ง  เกียรติยศ ชื่อเสียง ความเป็นใหญ่  หลักฐานทรัพย์สิน (บ้าน ที่ดิน ตึก อาคาร)

ภาษาพยากรณ์สั้น: “รูปสวย รวยทรัพย์ ได้ดี เป็นใหญ่เป็นโต”


๒) ผลเฉพาะตัวของ “จันทร์มหาจักร” แยกตามเพศ

  • สตรี  มักได้คู่ครองที่มีฐานะ/หลักฐานสูง  ถึงขั้น คุณหญิง–คุณนาย–ท่านผู้หญิง ได้  แม้กำเนิดเดิมต่ำ เมื่อถึงวัยให้ผล ยกระดับชีวิตแน่นอน
  • บุรุษ  มีตำแหน่งหน้าที่การงานสูง  เป็นผู้รับผิดชอบงานใหญ่ มีอำนาจและเครดิต

๓) เสริมพลังด้วย “อุจจาวิลาส”

อุจจาวิลาส หมายถึง  งดงามสูงสุดในช่วงกลางของความรุ่งเรืองเป็นช่วงกำลัง มั่นคง สง่างาม นุ่มลึก  ไม่แรงโลดโผนแบบอุจจ์ต้นราศี และไม่อ่อนแบบอุจจาภิมุข  เมื่อ จันทร์เป็นอุจจาวิลาส  เสน่ห์เด่น อย่างมีศิลป์ คงที่ ไม่เหวี่ยง   เมตตาบารมีสูง เหมาะงานสาธารณะ/สาธารณกุศลเป็นที่พึ่งของผู้อื่นได้ดี  ด้านบุคลิก: มีเสน่ห์รุนแรงแบบนุ่ม สุภาพ แต่ดึงดูด

๔) จริต–บุคลิก (ทายรูปให้ดูจันทร์)  ใจกล้า เปิดเผย มีภาวะผู้นำ (เมษ) แต่แสดงออกอย่างงาม มีมารยาท (อุจจาวิลาส)  คนรักใคร่ เมตตา เชื่อถือ  มีความเจ้าชู้ได้บ้างจากเสน่ห์และการเอาใจ

๕) สรุปชั้นคุณภาพ   มหาจักร → ให้คุณใหญ่ แน่นอน เป็นรูปธรรม  อุจจาวิลาส → ให้คุณนุ่มลึก สง่างาม มั่นคง  จันทร์มหาจักร + อุจจาวิลาส ในเมษ  ดวงเด่นยศ–ทรัพย์–เสน่ห์–บารมี ใช้ได้ทั้งงานและสังคม

๖) บทสรุปภาษาพยากรณ์

ดาวจันทร์ (๒) สถิตราศีเมษ เป็นมหาจักรและอุจจาวิลาสให้คุณใหญ่ด้านทรัพย์ ยศ และชื่อเสียงมีเสน่ห์นุ่มลึก เมตตาบารมี เหมาะงานสาธารณะสตรีได้คู่ฐานะสูง บุรุษมีตำแหน่งการงานใหญ่เป็นมงคลสูงส่ง ให้ผลแน่นอนเมื่อถึงวัยให้ผล

๒.  ดาวจันทร์อยู่ราศีพฤษภ(จันทร์​ในเรือนศุกร์)​ซึ่งมีดาวศุกร์(๖) เป็นดาวเจ้าเรือน ได้ตำแหน่งอุจ   ดาวจันทร์๒) เป็นอุจ ในราศีพฤษภ ซึ่งเป็นราศีธาตุดิน เป็นธาตุชั้น ๑ อสีติธาตุ เจ้าชาตาเป็นมีทรัพย์ รูปร่างสวยงาม เป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไป เป็นผู้เชียวชาญและชำนาญทางวรรณคดีไทย เป็นคนมีความขยันขันแข็ง มีอายุยืน และมีบุตรบริวารมาก สมบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติ ดาวจันทร์ (๒) อยู่ในราศีพฤษภ (อุจจ์) → ถือว่าเป็นหนึ่งในตำแหน่งที่ดีที่สุดในดวงชะตา ทำให้ เจ้าชะตามีเสน่ห์ รสนิยมดี มักรุ่งเรืองอย่างช้าแต่มั่นคง  เป็นบุคคลที่คนรักมาก และได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่แต่หาก ดาวจันทร์ (๒) อยู่ในราศีพิจิก  ได้ตำแหน่งนิจ และอยู่ระหว่าง ๓°–๑๙°  ต้องระวังเรื่องโรคประจำตัว ความอาภัพด้านครอบครัว ความผิดหวังในความรัก และความสัมพันธ์ที่เปราะบาง   ผู้นั้นจะมีโรคภัย และทรัพย์มักวิบัติ เพศตรงข้ามมักก่อเหตุขึ้น ย่อมเหลวแหลกในเรื่องชู้สาว (มีชื่อเรียกจันทร์เป็นนิจว่า จันทรรู) มีโรคเบียดเบียนประจำตัว ขี้โรค มักได้คู่เป็นหม้าย

วิเคราะห์ “จันทร์พฤษภ (อุจจ์)” เทียบกับ “จันทร์พิจิก (นิจ/จันทรรู)”ตามหลักครูโหราศาสตร์ไทย โดยแยก ชั้นคุณภาพ–ผลดี–ผลเสีย ให้เห็นชัดเจนครับ 

  ดาวจันทร์ (๒) สถิตราศีพฤษภ ได้ตำแหน่ง อุจจ์  (จันทร์ในเรือนศุกร์ ๖ : ความงาม ความอุดม เสน่ห์ และทรัพย์)

๑) ฐานะดาวและธาตุ ราศีพฤษภ = เรือนของ ดาวศุกร์ (๖)  ดาวจันทร์ (๒) ได้ตำแหน่ง อุจจ์   ราศีพฤษภเป็น ธาตุดิน – ธาตุชั้น ๑ (อสีติธาตุ)  ดาวมีกำลังสูง ให้คุณเต็ม เห็นผลจริง

๒) คุณภาพชีวิตและบุคลิก  เจ้าชาตามีรูปร่างหน้าตาดี มีเสน่ห์ตามธรรมชาติ  รสนิยมดี รักความสวยงาม ความสบาย  เป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไป  ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่

๓) ทรัพย์–ความมั่นคง–ความเจริญ เจ้าชาตาจะมีทรัพย์สมบัติอุดม รุ่งเรืองแบบ ช้าแต่มั่นคง  สร้างฐานะได้ยาวนาน ไม่ผันผวน  มีบุตรบริวารมาก หรือมีคนช่วยเหลือแวดล้อม

๔) ความสามารถเฉพาะ เจ้าชาตาจะมีความเชี่ยวชาญด้าน วรรณคดีไทย ศิลปะ ภาษา ดนตรี เป็นคนที่ใจเย็น อดทน ขยันขันแข็ง  มีอายุยืน สุขภาพโดยรวมดี

๕) สรุป “จันทร์อุจจ์พฤษภ” เป็นหนึ่งในตำแหน่งที่ดีที่สุดของดาวจันทร์ให้คุณทาง เสน่ห์ ทรัพย์ ความรัก ความมั่นคง และความนิยมเหมาะกับชีวิตที่ต้องการความอุดมและความยั่งยืน

  ดาวจันทร์ (๒) สถิตราศีพิจิก  ได้ตำแหน่ง นิจ / จันทรรู (จันทร์ตกต่ำในเรือนอังคาร ๓)  

๑) เงื่อนไขสำคัญ  ดาวจันทร์ (๒) ได้ตำแหน่ง นิจ  หากอยู่ในช่วง ๓°–๑๙°  เข้าข่าย “จันทรรู” (นิจแบบมีมลทิน)

๒) ผลเสียหลัก สุขภาพอ่อนแอ มีโรคประจำตัว  ขี้โรค โรคเรื้อรัง หายยาก  ทรัพย์สินไม่มั่นคง มีเหตุวิบัติ

๓) ด้านจิตใจและความรัก  อารมณ์เปราะบาง คิดมาก เครียดง่าย  ผิดหวังในความรักซ้ำซาก  ความสัมพันธ์ไม่มั่นคง เหลวแหลกในเรื่องชู้สาว  เพศตรงข้ามมักก่อปัญหา

๔) ครอบครัว–คู่ครอง  อาภัพด้านครอบครัวหรือมารดา  มักได้คู่เป็น หม้าย หรือผ่านชีวิตคู่มาแล้ว  ความรักเป็นปมชีวิตสำคัญ

๕) สรุป “จันทร์นิจพิจิก / จันทรรู”  ให้โทษทาง สุขภาพ ใจ ความรัก และทรัพย์ ต้องอาศัยดาวคุ้ม (เช่น พฤหัส ๕) จึงจะผ่อนหนักเป็นเบาได้

บทสรุปสุดท้าย จันทร์พฤษภ (อุจจ์) = ดวงเสน่ห์–ทรัพย์–ความมั่นคง จันทร์พิจิก (นิจ/จันทรรู) = ดวงทุกข์ใจ–รัก–สุขภาพ ต้องระวังสูง

 

๓. ดาวจันทร์อยู่ราศีมิถุน​  ซึ่งมีดาวพุธ(๔) เป็นดาวเจ้าเรือนได้ตำแหน่งอุจจาภิมุข  ดาวจันทร์เป็นอุจจาภิมุข ให้คุณทางมีทรัพย์สิน มีญาติบริวารมาก เป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไป ประสบความสำเร็จในการทำงานเป็นที่ปรึกษาของหน่วงงานต่าง ๆ 

ดาวที่ได้ตำแหน่ง อุจจาภิมุข  แปลว่า ดวงดาวที่อยู่ข้างหน้า ขึ้นหน้าล้ำหน้า หรือเกินหน้าออกไป จากตำแหน่งดวงอุจ และมหาอุจ ถัดไปข้างหน้าราศีหนึ่ง หรือเป็นราศีดาวก้าวลงมาจากตำแหน่งอุจและมหาอุจ ซึ่งโคจรออกไปใหม่ๆ มีองศาน้อยๆ มาก แต่แสดงของอุจและมหาอุจยังไม่หมดไป ยังให้ผลดีอยู่ ฉะนั้น ดาวที่เป็นอุจจาภิมุข จึงเป็นดาวที่ให้คุณหย่อน เพราะเป็นดาวที่อยู่ในเกณฑ์จะลดลงต่ำมา แต่ก็เป็นดวงดาวที่ให้คุณอยู่บ้าง โดยไม่ต้องสงสัย แต่ก็ให้คุณหย่อนๆ ไม่เต็มที่เหมือนดวงอุจจาวิลาศ หรือดวงอุจและมหาอุจ ซึ้งถ้าเปรียบเทียบ​อุจจ์คือราชา​ อุจจา​วิลาส​คือ​ อุปราช​ อุจจาภิมุข​ คือที่ปรึกษา​ราชา  เมื่อตำแหน่งดาวจันทร์ (๒) เป็นอัจจาภิมุข     มีความนิยมต่อผู้ใหญ่ทั่วไป คู่ครองเป็นผู้มีวาสนา

เมื่อดาวจันทร์ (๒) เป็นอัจจาภิมุข หมายถึงอะไร

ดาวจันทร์ (๒) เป็นตัวแทนของความรู้สึก  ความอ่อนโยน  มวลชน ผู้คนทั่วไป  ผู้หญิง แม่ ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง ความนิยม ความเมตตา  เมื่อดาวจันทร์เป็น อัจจาภิมุข จึงหมายความว่า เจ้าชาตาเป็นคน มีเสน่ห์แบบไม่ต้องพยายาม  เข้ากับคนง่าย  มีคนเอ็นดู ช่วยเหลือ  ได้รับความเมตตาจากผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง  ทำงานกับคนหมู่มากแล้ว “คนรัก คนเชื่อ” 

คำว่า “มีความนิยมต่อผู้ใหญ่ทั่วไป”  จึงหมายถึง  ผู้ใหญ่ คนมีอายุ คนมีตำแหน่ง มักเมตตา ให้โอกาส สนับสนุน

๓) ความหมายเรื่อง “คู่ครองเป็นผู้มีวาสนา”

ดาวจันทร์เกี่ยวข้องกับคู่ครอง (โดยเฉพาะฝ่ายหญิง หรือคู่ที่ดูแลจิตใจ) ชีวิตครอบครัว ความอบอุ่น  เมื่อดาวจันทร์เป็นอัจจาภิมุข  คู่ครองจะมีลักษณะ มีวาสนา มีบุญเก่า  เป็นที่รักของคนในครอบครัวและสังคม  มีคนช่วยเหลือ ไม่โดดเดี่ยว  อยู่ใกล้ผู้ใหญ่ หรือมีผู้ใหญ่ค้ำชู

ในทางปฏิบัติ มักหมายถึง  คู่ครองมาจากครอบครัวดี  หรือเป็นคนที่ “ไปไหนผู้ใหญ่รัก” หรือแต่งงานแล้ว ฐานะชีวิตดีขึ้น นุ่มนวลขึ้น

๔. ดาวจันทร์อยู่ราศีกรกฎ ให้คุณด้วยการเป็นเกษตร  ดาวจันทร์(๒) เป็นเกษตร   จะเป็นคนที่มีวาสนาดีในเรื่องความนิ่มนวล สุภาพอ่อนโยน มีเสน่ห์ กิริยาน่ารัก แต่งกายเรียบร้อย สะอาด เป็นที่เคารพรักแก่คนทั่วไป  หากรับราชการจะได้เป็นข้าราชาการชั้นผู้ใหญ่  ชอบรับประทานของดี ๆ อุดมด้วยทรัพย์สมบัติ บางคนอาจชอบช่วยโอกาส  เป็นคนเจ้าชู้   ดาวจันทร์(๒) จัดเป็นดาวศุภเคราะห์ฺ สตรีเพศ ใช้ดูเรื่องมารดาและความมีเสน่ห์น่ารัก เอาใจคนเป็นหรือไม่เป็น ถ้าดาวจันทร์(๒) ถึงลัคน์ ก็เอาใจคนเป็น ดาวจันทร์(๒) ไม่ถึงลัคน์ เป็นคนเอาใจคนอื่นไม่เป็น

  ดาวจันทร์ (๒) อยู่ราศีกรกฎ ได้ตำแหน่งเกษตร (จันทร์ได้เรือนของตน กำลังเต็ม คุณภาพสูงสุดทาง “ใจ–เสน่ห์–ความอุดม”)

๑) ความหมายแก่นแท้ของ “จันทร์เกษตร”  เมื่อ ดาวจันทร์ (๒) สถิตใน ราศีกรกฎ (เรือนของตน) เรียกว่า จันทร์เกษตร   กำลังดาวสมบูรณ์ที่สุด   ให้คุณโดยตรงต่อ จริต อารมณ์ เสน่ห์ ความนิยม และความอุดมสมบูรณ์

๒) จริต  บุคลิก (ตามหลัก “ทายรูปจริตโฉมตรู ให้ดูจันทร์”) ทำให้เจ้าชาตาเป็นคนที่นิ่มนวล สุภาพ อ่อนโยน  กิริยาน่ารัก วาจาไพเราะ  แต่งกายเรียบร้อย สะอาด  มีเสน่ห์แบบเมตตา ใกล้ชิดง่าย  เป็นที่ เคารพรักของคนทั่วไป

๓) วาสนา  ความนิยม ผู้ใหญ่  เจ้าชาตาจะได้รับความเอ็นดูจากคนรอบข้างและผู้ใหญ่ หากรับราชการ/งานองค์กรต่าง  มีเกณฑ์ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ ผู้บริหาร คนเชื่อถือเพราะ “ใจดีและไว้ใจได้”

๔) ทรัพย์–ความอุดม–รสนิยม เจ้าชาตาเป็นคนที่ชอบรับประทานของดี ๆ ของมีคุณภาพ ชีวิตค่อนข้างอุดม มีทรัพย์หมุนดี  ใจบุญ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น (เมื่อเกณฑ์เสริมดี)

๕) เรื่องมารดา–สตรี–เสน่ห์  ดาวจันทร์เป็น ศุภเคราะห์ ฝ่ายสตรี ใช้ดู มารดา ความรัก ความเอาใจ และเสน่ห์

ดาวจันทร์ที่ได้เกษตรมักหมายถึง   เจ้าชาตาจะมีความผูกพันในครอบครัวดี  มารดามีบทบาทเกื้อหนุน  

๖) ประเด็นสำคัญ: “จันทร์ถึงลัคน์” กับ “ไม่ถึงลัคน์”

จันทร์ถึงลัคน์ (กุม/เล็ง/สัมพันธ์เด่นกับลัคนา) เจ้าชาตาเป็นคน เอาใจคนเป็น เข้าใจอารมณ์ผู้อื่น ดูแลเก่ง  จันทร์ไม่ถึงลัคน์  ใจดีแต่ แสดงออกไม่เก่ง เอาใจคนอื่นไม่เป็นนัก   นี่คือหัวใจของการแปล       “เสน่ห์ที่ใช้งานได้จริง”

๗) สรุปภาษาพยากรณ์ ดาวจันทร์ (๒) สถิตราศีกรกฎ ได้ตำแหน่งเกษตร เจ้าชาตามีวาสนาดี ใจนิ่ม สุภาพ อ่อนโยน มีเสน่ห์  เป็นที่รักและเคารพของคนทั่วไปมีความอุดมสมบูรณ์ในชีวิต หากรับราชการย่อมได้เป็นผู้ใหญ่ หากจันทร์ถึงลัคน์ จะเอาใจคนเป็นอย่างยิ่ง

๕. ดาวจันทร์ (๒) ในราศีสิงห์ (จันทร์สถิตเรือนอาทิตย์ / จันทร์อยู่ในอิทธิพลสุริยะ)  การที่ ดาวจันทร์ (๒) ไปสถิตใน ราศีสิงห์ ซึ่งเป็น เรือนของดาวอาทิตย์ (๑) มีความหมายสำคัญทั้งด้านจิตใจ บุคลิก ความนิยม และความสัมพันธ์ ดังนี้

๑) ความหมายเชิงหลักดาว (จันทร์อยู่ในเรือนอาทิตย์)  ดาวจันทร์ หมายถึง อารมณ์ ความรู้สึก มวลชน ความนิยม  ดาวอาทิตย์ หมายถึง ศักดิ์ศรี อัตตา ผู้นำ ผู้ใหญ่ เกียรติยศ  เมื่อจันทร์อยู่ในเรือนอาทิตย์   อารมณ์ถูกขับเคลื่อนด้วยศักดิ์ศรีและความภูมิใจ  ต้องการการยอมรับ ต้องการ “คุณค่าในสายตาคนอื่น”

๒) ลักษณะนิสัยและจิตวิทยา เจ้าชาตาเป็นคนที่ใจใหญ่ อบอุ่น รักศักดิ์ศรี  มีความเป็นผู้นำทางอารมณ์  ชอบแสดงออก เปิดเผย ไม่ชอบถูกเมิน หากถูกดูแคลนหรือไม่ให้เกียรติ จะรู้สึกแรงและนาน เป็นจันทร์ที่ “อ่อนไหวต่อศักดิ์ศรี” มากกว่าจันทร์ราศีอื่น

๓) ความนิยมและการเข้าสังคม เจ้าชาตาเป็นคนที่มีเสน่ห์ในหมู่คนทั่วไป คนมักมองว่า ดูโดดเด่น มีราศี มีพลังดึงดูด เหมาะกับงานที่ต้องออกหน้า พบผู้คน หรือเป็นตัวแทนองค์กร  หากจันทร์ได้องค์เกณฑ์ / อัจจาภิมุข / โยคดี➜ จะ มีผู้ใหญ่เมตตา คนยกย่อง เชื่อถือ

๔) ความหมายด้านคู่ครองและความรัก เจ้าชาตาต้องการคู่ที่ “ให้เกียรติ” และชื่นชมกัน คู่ครองมักเป็นคนมีหน้ามีตา มีวาสนา หรืออยู่ในสายผู้นำ  ความรักต้องชัดเจน ไม่ลับ ๆ หากคู่ทำให้เสียหน้า → ความสัมพันธ์สั่นคลอนง่าย

๕)  ข้อควรระวัง อารมณ์ขึ้นลงตามคำชม–คำตำหนิ แพ้คำดูถูก แพ้การไม่ให้เกียรติ บางครั้งเอาความรู้สึกเป็นศูนย์กลางมากไป

๖) สรุปความหมายแบบตำราโหรไทย จันทร์ในราศีสิงห์ใจผู้นำ อารมณ์สูง มีราศี ได้รับความนิยมจากคนทั่วไป  ผู้ใหญ่เอ็นดู หากได้องค์เกณฑ์ คู่ครองมีวาสนา ให้เกียรติ เกื้อหนุนชีวิต

๖.  ดาวจันทร์(๒) อยู่ในราศีกันย์ ซึ่งมีดาวพุธ(๔) เป็นดาวเจ้าเรือน ได้ตำแหน่งราชาโชค  ดาวจันทร์ (๒) ได้ตำแหน่งราชาโชค หมายถึง เจ้าชาตาจะได้รับความนิยมและความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่หรือผู้มีอำนาจ ในทางโหราศาสตร์ ตำแหน่งราชาโชคของดาวจันทร์ยังหมายถึงเจ้าชาตาจะมีคู่ครองที่มีวาสนา หรือผู้ที่มีฐานะดีและให้การอุปถัมภ์ค้ำชูเจ้าชาตาเป็นอย่างดี

 ดาวจันทร์ (๒) อยู่ในราศีกันย์  (ราศีที่มีดาวพุธ (๔) เป็นดาวเจ้าเรือน ๑) ความหมายพื้นฐานของตำแหน่งนี้  ดาวจันทร์ (๒)  หมายถึงความนิยม มวลชน เมตตา ความสัมพันธ์ ความอ่อนโยน  ราศีกันย์ เป็นราศีของดาวพุธ (๔) หมายถึง ปัญญา การวิเคราะห์ การติดต่อ การจัดการ งานบริการ งานใช้ความคิด เมื่อดาวจันทร์ไปสถิตราศีกันย์  อารมณ์และความนิยมถูกขับเคลื่อนด้วย **สติปัญญา เหตุผล และความละเอียดรอบคอบ  เจ้าชาตาเป็นคนสุภาพ มีไหวพริบ รู้จักวางตัว ถูกกาลเทศะ  

“ดาวพุธ (๔) เป็นดาวเจ้าเรือน ได้ตำแหน่งราชาโชค” ส่งผลอย่างไร เมื่อตัวเรือน (ราศีกันย์) มี  ดาวเจ้าเรือนพุธ (๔)  ที่มีคุณภาพสูงในดวงและดาวจันทร์ (๒) เข้าไปสถิต ดาวจันทร์จะ **รับคุณของดาวพุธโดยตรง** ผลคือ  คำพูด การสื่อสาร ทำให้คนเมตตา มีความคิดเป็นระบบ ทำให้ผู้ใหญ่เชื่อถือ   ได้รับโอกาสจากผู้มีอำนาจ ผ่านการแนะนำหรือการพูดจา

 ความหมายของ “ดาวจันทร์ (๒) ได้ตำแหน่งราชาโชค” ในเชิงตำรา **ราชาโชคของดาวจันทร์** หมายถึง  ได้รับความนิยม ความไว้วางใจ และการอุปถัมภ์จากผู้ใหญ่ ผู้มีอำนาจ หรือผู้มีฐานะ ในชีวิตจริงแปลว่า * มีคนช่วยเหลือโดยไม่ต้องร้องขอ * ผู้ใหญ่เอ็นดู สนับสนุน  * อยู่ใกล้ผู้มีอำนาจแล้วไม่ถูกกด * มักได้โอกาสจาก “ความไว้ใจ” มากกว่าการแข่งขัน

 ความหมายด้านคู่ครอง  ดาวจันทร์เป็นดาวแห่งความสัมพันธ์และครอบครัว เมื่อได้ **ราชาโชค** จะให้ผลว่า * คู่ครองเป็นคน **มีวาสนา** * มีฐานะ หรือมีผู้ใหญ่หนุนหลัง * คู่ช่วยอุปถัมภ์ ค้ำชูชีวิต * อยู่ด้วยแล้วชีวิต “นุ่มขึ้น ง่ายขึ้น” ในหลายดวงหมายถึง * แต่งงานแล้วฐานะดีขึ้น  หรือคู่เป็นคนที่มีเส้น มีเครดิต มีคนเชื่อถือ

 สรุปความหมายแบบย่อ  ดาวจันทร์ (๒) สถิตราศีกันย์ ได้ตำแหน่งราชาโชค  เจ้าชาตาเป็นที่นิยมของคนทั่วไป   ได้รับความเมตตาและการอุปถัมภ์จากผู้ใหญ่หรือผู้มีอำนาจ  วาจา ความคิด และการวางตัวนำพาโอกาส  คู่ครองเป็นผู้มีวาสนา มีฐานะ หรือค้ำชูเกื้อหนุนชีวิตเป็นอย่างดี

๗. ดาวจันทร์(๒) อยู่ราศีตุลย์ ซึ่งมีดาวศุกร์(๖) เป็นดาวเจ้าเรือน ได้ตำแหน่งจุลจักร ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับมหาจักร ให้คุณน้อยกว่ามหาจักร หาดาวจันทร์(๒) กุมลัคนา หรือกุมดาวเจ้าเรือนตนุลัคนา ให้คุณ เป็นมหาจักร ในราศีเมษ ดวงมหาจักร   ดวงดาวที่เป็นมหาจักร เป็นดวงดาวที่ให้คุณแน่นอนที่สุด  มหาจักร แปลว่าความเจริญดีงามอย่างใหญ่ ดวงดาวที่เป็นกับมหาจักร คือตำแหน่งของดวงดาวที่จะนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง และร่ำรวยอันยิ่งใหญ่จริงๆ เป็นตำแหน่งดาวที่ให้คุณสมบัหากติอันดี สมชื่อ ซึ่งเป็นมงคลสูงส่ง จึงให้คุณต่างๆ กัน  ดาวจันทร์(๒) เป็นจันทร์มหาจักร ให้คุณทางรูปสวยรวยทรัพย์ มักได้ดี เป็นใหญ่เป็นโต มีเกียรติชื่อเสียง มีหลักฐาน ที่ดิน ตึก อาคาร ถ้าสตรี มักจะได้สามีที่มีหลักฐานสูงๆ เสมอ อาจเป็นคุณหญิง คุณนาย ท่านผู้หญิงก็ได้ แม้จะหาบของขายแต่เดิมก็ให้คุณแน่นอน หากเป็นชาย จะมีตำแหน่งหน้าที่การ งานสูงในหน่วยงานที่รับผิดชอบ 

ดาวจันทร์ (๒) อยู่ราศีตุลย์ (ราศีของดาวศุกร์ ๖ – จันทร์ได้ตำแหน่ง “จุลจักร”) ๑) ความหมายของ “จันทร์ในราศีตุลย์ – จุลจักร” ราศีตุลย์ มี ดาวศุกร์ (๖) เป็นดาวเจ้าเรือน เมื่อดาวจันทร์ (๒) สถิตในราศีนี้   ดาวจันทร์ได้ตำแหน่ง จุลจักร  จุลจักร เป็นตำแหน่งที่ “ให้คุณ” แต่ให้คุณ น้อยกว่า มหาจักร ให้ผลในลักษณะ ความนิยม ความราบรื่น ความเอ็นดู มากกว่าความยิ่งใหญ่  กล่าวคือ ได้ดีแบบพอเหมาะพอดี ไม่ถึงขั้นสุดยอด หากไม่มีเกณฑ์เสริม

๒) ความแตกต่างระหว่าง “จุลจักร” กับ “มหาจักร”  จุลจักร   ความเจริญระดับกลาง มีชื่อเสียง มีคนเมตตา แต่ยังไม่สุด  มหาจักร   ความเจริญใหญ่ ความมั่งคั่ง ยศศักดิ์ เกียรติยศที่มั่นคง ในตำราโบราณถือว่า  มหาจักร คือ ตำแหน่งดาวที่ให้คุณแน่นอนที่สุด

๓) เงื่อนไขที่ทำให้ “จันทร์จุลจักร” กลายเป็น “จันทร์มหาจักร”

หากมีเกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่งต่อไปนี้ ดาวจันทร์ (๒) กุมลัคนา  หรือ กุมดาวเจ้าเรือนตนุลัคนา จะ ยกฐานะดาวจันทร์ขึ้นเป็น “มหาจักร”

๔) ความหมายของ “มหาจักร” คำว่า มหาจักร แปลตามตำราได้ว่า ความเจริญดีงามอย่างใหญ่  ความรุ่งเรือง ความมั่งคั่ง และฐานะสูง

ดวงดาวที่ได้มหาจักร  เป็นตำแหน่งมงคลสูง  ให้คุณเต็มกำลัง  ให้ผลจริงในชีวิต ไม่ใช่เพียงเชิงนามธรรม

๕) ความหมายเฉพาะของ “ดาวจันทร์ (๒) เป็นมหาจักร” เมื่อดาวจันทร์เป็น จันทร์มหาจักร จะให้คุณเด่นดังนี้

  ด้านรูปและทรัพย์  รูปสวย รูปงาม มีเสน่ห์ รวยทรัพย์ มีฐานะ มีหลักฐาน บ้าน ที่ดิน ตึก อาคาร

  ด้านชื่อเสียงและตำแหน่ง ได้ดี เป็นใหญ่ เป็นโต มีเกียรติ มีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับในสังคม

 ด้านคู่ครอง

ถ้าเป็นสตรี  มักได้สามีที่มีหลักฐานสูง  สามีมีตำแหน่ง มีเกียรติ  ถึงขั้นเป็น คุณหญิง คุณนาย ท่านผู้หญิง ได้   แม้กำเนิดเดิมต่ำ  เช่น เคยค้าขาย หาบเร่  ก็ยัง “ได้ดีแน่นอน” เมื่อถึงวัยให้ผล

  ถ้าเป็นบุรุษ  มีตำแหน่งหน้าที่การงานสูง  เป็นหัวหน้า ผู้รับผิดชอบงานใหญ่  มีอำนาจและเครดิตในองค์กร

๖) สรุปความหมายแบบภาษาพยากรณ์ ดาวจันทร์ (๒) สถิตราศีตุลย์ ได้ตำแหน่งจุลจักร ให้คุณระดับกลาง แต่หากจันทร์กุมลัคนา หรือกุมดาวเจ้าเรือนตนุลัคนาจะยกฐานะเป็น จันทร์มหาจักร ให้คุณทางทรัพย์สิน ชื่อเสียง เกียรติยศ และฐานะอย่างมั่นคง  โดยเฉพาะเรื่องคู่ครองและความเป็นใหญ่ในชีวิต

๘. ดาวจันทร์(๒) สถิตราศีพิจิก ซึ่งมีดาวอังคาร(๓) เป็นดาวเจ้าเรือน  ได้ตำแหน่งนิจ  ทำให้เจ้าชาตามีสุขภาพอ่อนแอ อารมณ์เปราะบาง ผิดหวังในความรัก มีโรคเรื้อรังประจำตัว คู่มักเป็นหม้ายหรือมีปัญหา หากจันทร์นิจแบบเข้ม คือ “จันทรรู” หรือ “จันทร์ตกต่ำแบบมีมลทิน” มักเจอคู่ไม่สมหวัง ความรักเป็นปัญหา มีความอาภัพด้านคู่หรือมารดา

  ดาวจันทร์ (๒) สถิตราศีพิจิก  (ราศีของดาวอังคาร ๓ – จันทร์ได้ตำแหน่งนิจ) 

  ผลของ “จันทร์นิจ” ต่อเจ้าชาตา  

 ด้านสุขภาพ  สุขภาพอ่อนแอเป็นพื้น  ระบบฮอร์โมน เลือด น้ำเหลือง กระเพาะ ลำไส้ หรือโรคเรื้อรัง  เจ็บป่วยซ้ำ ๆ หายช้า

  ด้านจิตใจ–อารมณ์  อารมณ์เปราะบาง คิดมาก เก็บกด  หวั่นไหวง่าย เสียใจลึก นาน  มีความเครียดสะสม หรือภาวะซึมเศร้าแฝง

  ด้านความรัก–คู่ครอง  ผิดหวังในความรักซ้ำซาก  ความสัมพันธ์ซับซ้อน ลึก แต่เจ็บ  คู่มักมีปัญหาในตัวเองมาก่อน

๓) ลักษณะ “คู่ครอง” ของจันทร์นิจ

ตำรามักให้ผลว่า คู่เป็น หม้าย / ผ่านชีวิตคู่มาแล้ว หรือมีปัญหาครอบครัว อารมณ์ หรือภาระติดตัว  ความรักไม่เรียบง่าย ต้องอดทนสูง

๔) “จันทร์นิจแบบเข้ม” — จันทรรู / จันทร์ตกต่ำแบบมีมลทิน

หากมีปัจจัยเสริมร้าย เช่น จันทร์กุมราหู / เสาร์ จันทร์ถูกเล็งแรง  จันทร์เป็นเจ้าเรือนสำคัญ (ตนุ / ปัตนิ / พันธุ) แล้วนิจ  จะเรียกว่า “จันทรรู”

จันทรรู หมายถึง จันทร์ตกต่ำอย่างมีมลทิน
อารมณ์เสียหายลึก ไม่ใช่แค่อ่อนกำลัง

ผลที่พบได้  ความรักไม่สมหวังรุนแรง มีความอาภัพด้านคู่ครอง  ความทุกข์จากเรื่องแม่ ครอบครัว หรือผู้หญิงในชีวิต  ใจหม่นง่าย รู้สึกโดดเดี่ยวแม้มีคนรอบตัว

๕) สรุปความหมายแบบภาษาพยากรณ์  ดาวจันทร์ (๒) สถิตราศีพิจิก ได้ตำแหน่งนิจ  เจ้าชาตามีจิตใจอ่อนไหว สุขภาพไม่แข็งแรง  มักผิดหวังในความรัก และมีโรคเรื้อรังประจำตัว  คู่ครองมักมีปัญหาหรือผ่านชีวิตคู่มาก่อน  หากเป็นจันทร์นิจเข้ม (จันทรรู)
จะมีความอาภัพด้านคู่หรือมารดา และความรักเป็นปมชีวิตสำคัญ

๖) หมายเหตุสำคัญตามแนวตำรา จันทร์นิจ ไม่ใช่ดวงเสียทั้งหมด หาก ได้องค์เกณฑ์  ได้มหาจักรในนวางค์  หรือมีดาวพฤหัส (๕) คุ้ม  จะเปลี่ยนจาก “ทุกข์ลึก” เป็น “คนเข้าใจชีวิตสูง เยียวยาคนอื่นได้”

๙. ดาวจันทร์(๒) สถิตราศีธนู ซึ่งมีดาวพฤหัส(๕) เป็นดาวเจ้าเรือน

๘. ดาวจันทร์ (๒) สถิตราศีธนู  (ราศีของดาวพฤหัส ๕ – จันทร์อยู่ในเรือนครู)  การที่ ดาวจันทร์ (๒) ไปสถิตใน ราศีธนู ซึ่งมี ดาวพฤหัส (๕) เป็นดาวเจ้าเรือน ถือเป็นตำแหน่งที่ให้คุณเด่นด้านปัญญา ศีลธรรม ความหวัง และการยกระดับชีวิต ดังนี้

๑) ความหมายเชิงหลักดาว  ดาวจันทร์ (๒) = จิตใจ อารมณ์ ความนิยม มวลชน ความเมตตา  ดาวพฤหัส (๕) = ครู ปัญญา คุณธรรม ศาสนา กฎหมาย ความยุติธรรม โชค

เมื่อจันทร์อยู่ในเรือนพฤหัส  อารมณ์ถูกหล่อเลี้ยงด้วย เหตุผล ความดี และความหวัง  เป็น “จันทร์ใจสูง” คิดไกล มองภาพใหญ่ เชื่อในคุณค่าและความถูกต้อง

๒) ลักษณะนิสัยและจิตวิทยา  ใจกว้าง มองโลกในแง่ดี รักความถูกต้อง ยุติธรรม  ชอบเรียนรู้ แสวงหาความหมายชีวิต  ให้อภัยง่าย ไม่จมอยู่กับอารมณ์ลบ  มักเป็นที่พึ่งทางใจของผู้อื่นได้ดี

๓) ความนิยมและผู้ใหญ่  ได้รับความเมตตาจากผู้ใหญ่ ครู อาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ  คนเชื่อถือ เพราะพูดด้วยเหตุผลและคุณธรรม  ทำงานกับสังคม การศึกษา กฎหมาย ศาสนา องค์กรใหญ่ ได้ผลดี

๔) ความหมายด้านคู่ครอง  คู่ครองเป็นคนมีความรู้ มีศีลธรรม หรือมีวุฒิภาวะสูง  คู่ช่วยชี้แนะ สนับสนุน ให้กำลังใจ  ความรักตั้งอยู่บน อุดมคติและความเข้าใจ มากกว่าอารมณ์ฉาบฉวย  อยู่ด้วยแล้วชีวิต “สูงขึ้น” ทางความคิดและสถานะ

๕) ด้านสุขภาพและชีวิตโดยรวม  ใจเป็นสุข สุขภาพจิตดี ฟื้นตัวเก่ง  เจ็บป่วยแล้วมักมีคนช่วย มีทางออก  มีโชคจากความดีและความตั้งใจจริง

๖) ข้อควรระวัง มองโลกดีเกินไป เชื่อคนง่าย  ยึดอุดมคติสูง อาจผิดหวังเมื่อความจริงไม่เป็นดังคิด  ควรเสริมด้วยความรอบคอบเชิงปฏิบัติ

๗) สรุปความหมายแบบตำราพยากรณ์

ดาวจันทร์ (๒) สถิตราศีธนู จิตใจสูง ใฝ่ดี ใฝ่รู้ มีครูมีผู้ใหญ่คุ้มครอง  ได้รับความนิยมจากความเมตตาและเหตุผล  คู่ครองมีคุณธรรม เกื้อหนุนชีวิต ให้คุณด้านปัญญา ความเจริญ และความผาสุกทางใจ


๑๐..  จันทร์ราศีมังกร ซึ่งมีดาวเสาร์(๗) ดาวเจ้าเรือน   เป็นดาวจันทร์ยงยศ   “ศศิ(๒)เมษและมังกร           จะปรากฎซึ่งยศดี” 

สำหรับดาวจันทร์(๒) นั้น หลักครู "ทายรูปจริตโฉมตรูให้ดูจันทร์"  ซึ่งการกของดาวจันทร์ หมายถึง จริต อารมณ์ ความนึกคิด นัยน์ตา และสภาพจิตใจ หรือ เรียกย่อๆว่า "ใจ" และการที่ดาวจันทร์(๒) สถิตอยู่ในราศีมังกร มีมาตรฐานเป็นประ หรือ "ปรเกษตร" โดยอยู่ตรงข้ามกับตำแหน่ง "เกษตร" ในราศีกรกฎ  ทำให้ผู้ศึกษา หรือ ผู้ที่ชอบดูดวงส่วนมาก จะพิจารณาไปทางเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยยึดหลักตรงข้ามกับเกษตร  แลเห็นว่าจันทร์ในราศีมังกรนี้ เป็นประ จะต้องด้อยถอยกำลังอยู่เสมอ ดังหลักครูที่ว่า "ดาวประจะอาภัพอับเงินทอง ทำให้ต้องเหนื่อยยากลำบากกาย" ย่อมมีความไม่มั่นคง หรือ ไม่ดี อยู่เสมอในฐานที่เป็น "ประ"  เมื่อดาวจันทร์(๒) เป็นประเช่นนี้แล้ว ย่อมทำให้เข้าใจว่า เจ้าชะตาจะต้องอาภัพโฉม หรือ ขาดเสน่ห์ มีจิตใจที่ไม่ดีไป อย่างนี้เป็นต้น เหล่านี้ย่อมไม่ถูกต้อง

ความจริงแล้วนั้น  เมื่อดาวจันทร์(๒) เข้าสถิตอยู่ในราศีมังกร ไม่ว่าจะเป็นในดวงราศีจักร หรือ ดวงนวางค์จักร จัดเป็นตำแหน่ง "จันทร์อดิศร" หรือจันทร์ยงยศ   เข้าตำแหน่งพิเศษบังคับราศี  ดังหลักครูที่ว่า "ศศิเมษและมังกร ก็จะปรากฎซึ่งยศดี" หรือเรียกกันว่า จันทร์คุณหญิง คุณนายก็ได้ หากเป็นชายจะมียศมีตำแหน่งสูง

โดยส่วนมากแล้ว  บุคคลที่มีดาวจันทร์(๒) สถิตอยู่ในราศีมังกร จะมีรูปโฉมหน้าตาค่อนข้างดี มีเสน่ห์ ไม่ใคร่จะขี้เหร่แต่อย่างใด ซึ่งมีรสนิยมสูง แต่งกายดี ฝักใฝ่ไปในทางผู้ดี จิตใจเข้มแข็ง มั่นคง เด็ดเดี่ยว และค่อนข้างวางตัวสูงอยู่พอสมควรด้วยเหมือนกัน จึงเป็นที่มาของการเรียกว่า จันทร์คุณหญิง-คุณนาย นั่นเอง ที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่า ดาวจันทร์(๒) เป็นดาวธาตุดิน สถิตอยู่ในราศีมังกร จรราศีแม่ธาตุดิน "ปฐวีธาตุ ชั้น 1" ย่อมมีสภาพที่แข็งเป็นธรรมดา เหมือนกับดินเราดีๆนี่เองครับ 

และราศีมังกร จัดเป็นราศีที่ส่งสูง ประดุจมังกรทะย้านฟ้า โดยสถิตอยู่ในภพเรือนที่ 10 ของดวงชะตาโลก เมื่อดาวจันทร์(๒) ตัวจริต จิตใจเข้าไปสถิตเช่นนี้แล้ว ย่อมส่งผลทำให้จริตจิตใจ ฝักใฝ่ไปในทางสูงด้วยเช่นเดียวกัน หรือ ค่อนข้างไปทางหยิ่งๆหน่อย วางเนื้อ วางตัวสูงหน่อย อย่างนี้เป็นต้น 

 ข้อเสียย่อมมีอยู่อย่างหนึ่ง  คือ ราศีมังกร เป็นเรือนของดาวเสาร์(๗) หลักครู "ทายโทษทุกข์ให้ดูเสาร์" เมื่อดาวจันทร์(๒) ตัวจริตจิตใจ เข้าไปสถิตเช่นนี้แล้ว ย่อมมีสภาพที่ติดทุกข์มาด้วย มีผลทำให้มีความวิตกจริตเป็นพื้นฐาน ชอบคิดมากเกินไป และไวต่อสิ่งเร้าต่างๆในเชิงลบได้ง่าย เช่น ถ้ามีเรื่องอะไรที่ทำให้ไม่สบายใจขึ้นมา จะเครียดมากทันที  แต่เมื่อมีเรื่องทุกข์ หรือ มีเรื่องที่ไม่สบายใจ เจ้าชะตาจะชอบปิดบังในเรื่องความทุกข์ และสภาพจิตใจของตนเองที่เป็นอยู่ โดยไม่แสดงอาการให้คนอื่นเขารับรู้ หรือ คนอื่นเห็น เพราะเดี๋ยวจะเสียเชิงอดิศรไปนั่นเอง 

 อธิบาย “จันทร์ราศีมังกร (จันทร์ยงยศ / จันทร์อดิศร)”ให้ชัดตามหลักครูโหราศาสตร์ไทย และแก้ความเข้าใจคลาดเคลื่อนเรื่อง “จันทร์เป็นประ” อย่างเป็นระบบ 

๑๐. ดาวจันทร์ (๒) สถิตราศีมังกร (ราศีของดาวเสาร์ ๗ — จันทร์ยงยศ / จันทร์อดิศร) หลักครูว่า “ศศิ(๒) เมษและมังกร จะปรากฏซึ่งยศดี”จันทร์ในเมษและมังกร จัดเป็น จันทร์ยงยศ (ตำแหน่งพิเศษบังคับราศี)

๑) แก่นความหมายของ “ดาวจันทร์” ตามหลักครู “ทายรูปจริตโฉมตรู ให้ดูจันทร์” ดาวจันทร์หมายถึง  จริต อารมณ์ ความนึกคิด  นัยน์ตา รูปลักษณ์ ความนิยม  สภาพจิตใจ (สรุปสั้น ๆ คือ “ใจ”)

๒) ประเด็นที่มักเข้าใจผิด: จันทร์มังกร = “ประ” จริงอยู่ที่จันทร์ เกษตร ในราศีกรกฎ  ราศีมังกรอยู่ ตรงข้ามเกษตร จึงถูกจัดเป็น ประ / ปรเกษตรทำให้ผู้ศึกษาบางท่านตีความว่า “ประ  ด้อยถอยกำลัง อาภัพ เสน่ห์น้อย ใจไม่ดี”  แต่การตีความเช่นนี้ “ไม่ถูกต้อง” สำหรับจันทร์ในมังกร

๓) ความจริงตามตำรา: จันทร์มังกร   “จันทร์อดิศร / จันทร์ยงยศ”  แม้เชิงฐานะจะเป็น “ประ”  แต่ จันทร์ในราศีมังกร เข้าตำแหน่งพิเศษบังคับราศีเรียกว่า จันทร์อดิศร หรือ จันทร์ยงยศ ความหมายคือ  ยศ เกียรติ ฐานะ  ความสง่างาม วุฒิภาวะ  การไต่ระดับขึ้นสู่ที่สูง

จึงมีคำเรียกกันว่า  “จันทร์คุณหญิง–คุณนาย”  (ถ้าเป็นชาย → มียศ มีตำแหน่ง มีอำนาจหน้าที่)

๔) รูปโฉม–บุคลิก (ลบล้างความเข้าใจผิดเรื่อง “อาภัพโฉม”) บุคคลที่มี จันทร์มังกร โดยมากจะหน้าตาดี มีเสน่ห์แบบสุขุม  บุคลิกผู้ดี รสนิยมสูง  แต่งกายดี วางตัวเป็น  ไม่ขี้เหร่ ไม่อาภัพโฉม

เหตุผลเชิงธาตุ ดาวจันทร์เป็น ธาตุดิน  ราศีมังกรเป็น จรราศีแม่ธาตุดิน (ปฐวีธาตุ ชั้น ๑)  → ธาตุเสริมกัน ทำให้ มั่นคง แข็งแรง มีรูปทรงดี

๕) จริต–จิตใจ (ใจสูง วางตัวสูง) ใจเข้มแข็ง อดทน เด็ดเดี่ยว  ฝักใฝ่ความสำเร็จ ความก้าวหน้า  วางเนื้อวางตัวสูง มีศักดิ์ศรี  อาจดูหยิ่ง เงียบ สุขุม ไม่อ่อนหวานฟุ้งฝัน  เหตุเพราะ  ราศีมังกรเป็นราศีที่ ส่งสูง  เปรียบดังมังกรทะยานฟ้า  อยู่ในเรือนที่ ๑๐ ของ “ดวงชะตาโลก” (เกียรติยศ ตำแหน่ง)

๖) ข้อเสียสำคัญ (อิทธิพลดาวเสาร์ ๗)  หลักครูว่า“ทายโทษทุกข์ ให้ดูเสาร์” เมื่อจันทร์ (ใจ) ไปอยู่เรือนเสาร์ จะมีผลดังนี้   ทำให้เจ้าชาตาเป็นคนที่วิตกจริต คิดมากเป็นพื้น  เครียดง่ายกับเรื่องศักดิ์ศรี หน้าที่ ความรับผิดชอบ  รับทุกข์ไว้กับตัว ไม่ชอบระบาย  ลักษณะเฉพาะที่เด่นมาก ทุกข์แต่ไม่บอกใคร เพราะกลัว “เสียเชิงอดิศร” จึงมักเก็บอาการ เก็บความรู้สึก ไม่ให้คนอื่นเห็น

๗) สรุปความหมายแบบตำราพยากรณ์

ดาวจันทร์ (๒) สถิตราศีมังกร  แม้เชิงฐานะเป็น “ประ” แต่เป็นตำแหน่งพิเศษเรียกว่า จันทร์ยงยศ หรือ จันทร์อดิศร ให้คุณทางยศศักดิ์ เกียรติ ฐานะ และความสง่างาม รูปโฉมดี วางตัวผู้ดี ใจเข้มแข็ง  ข้อเสียคือคิดมาก เครียดง่าย และเก็บทุกข์ไว้คนเดียว

 ต่อไปนี้คือการ เทียบ “จันทร์มังกร vs จันทร์กรกฎ (เกษตร)” แบบชั้นคุณภาพ  เรียบเรียงตามแนว ครูโหรไทยดั้งเดิม โดยแยก ฐานะดาว – จริต – คุณภาพชีวิต – เงา ให้เห็นความต่างชัดเจน

 เปรียบเทียบคุณภาพดาวจันทร์

จันทร์มังกร (ยงยศ/อดิศร) 🆚 จันทร์กรกฎ (เกษตร)  

 ภาษาพยากรณ์แบบครู  

จันทร์กรกฎ (เกษตร) ใจดี มีความสุข ความรัก ความอุดมสมบูรณ์คนรักใคร่ ครอบครัวแน่นแฟ้น อยู่สบาย

จันทร์มังกร (ยงยศ/อดิศร)  ใจสูง วางตัวผู้ดี มีเกียรติยศ ฐานะมั่นคงสำเร็จจากความอดทน แต่เก็บทุกข์ไว้คนเดียว

 สรุปชั้นคุณภาพแบบตรงไปตรงมา

ถ้าวัด “ความสุขทางใจ”จันทร์กรกฎดีกว่า

ถ้าวัด “ยศศักดิ์ ฐานะ ความเป็นใหญ่”จันทร์มังกรเด่นกว่า

ถ้าได้เกณฑ์เสริมดีทั้งคู่   ดีที่สุดคนละแบบ ไม่แพ้ชนะกัน

 ๑๑. ดาวจันทร์อยู่ราศีกุมภ์  ซึ่งมีดาวราหู(๘) เป็นดาวเจ้าเรือน ​ 

  ดาวจันทร์ (๒) สถิตราศีกุมภ์  (ราศีของดาวราหู ๘ — จันทร์อยู่ในเรือนราหู)  การที่ ดาวจันทร์ (๒) ไปสถิตใน ราศีกุมภ์ ซึ่งมี ดาวราหู (๘) เป็นดาวเจ้าเรือน เป็นตำแหน่งที่ให้ความหมายเด่นด้าน จิตใจอิสระ ความคิดนอกกรอบ มวลชน และการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ ตามแนวโหราศาสตร์ไทยดังนี้

๑) ความหมายเชิงหลักดาว  ดาวจันทร์ (๒) = ใจ อารมณ์ ความนิยม ความสัมพันธ์ มวลชน  ดาวราหู (๘) = สิ่งแปลกใหม่ ความพลิกผัน เทคโนโลยี ต่างชาติ เงา/ความลุ่มลึก เมื่อจันทร์อยู่ในเรือนราหู   ใจเปิดกว้าง ชอบสิ่งใหม่ คิดต่าง   อารมณ์แปรผันง่าย แต่มีแรงดึงดูดผู้คนจำนวนมาก

๒) จริต–จิตวิทยา เจ้าชาตาจะเป็นคนที่รักอิสระ ไม่ชอบกรอบ ใจนักทดลอง ชอบเรียนรู้จากประสบการณ์  เข้าใจสังคมหมู่มาก แต่ไม่ชอบผูกมัดลึก  บางช่วงใจนิ่ง บางช่วงพลิกเร็ว (อารมณ์ราหู) เป็น “จันทร์สังคม” มองภาพรวม เก่งเชื่อมผู้คน

๓) ความนิยม–การเข้าสังคม ได้รับความนิยมในกลุ่มใหญ่ เครือข่าย ชุมชน องค์กร เด่นงานสาธารณะ เทคโนโลยี สื่อ ออนไลน์ ต่างชาติ ผู้คนเข้าหาเพราะความแปลกใหม่และมุมมองก้าวหน้า

๔) ความหมายด้านคู่ครอง คู่มักไม่ธรรมดา ต่างพื้นเพ ต่างวัย ต่างชาติ หรือความคิด  ความสัมพันธ์ต้องมีพื้นที่ส่วนตัว  รักเริ่มจากความเป็นเพื่อนหรืออุดมการณ์ร่วม  หากมีอิสระมากไป ความรักสะดุดง่าย

๕)  ข้อควรระวัง  ใจไม่นิ่ง เบื่อง่าย เปลี่ยนเร็ว  หลงภาพฝัน/ความคาดหวังสังคม ความสัมพันธ์คลุมเครือ หากไม่มีขอบเขตชัด

๖) ปัจจัยที่ “ยกระดับ” หรือ “ลดทอน” คุณภาพ

  • ยกระดับ: จันทร์ได้องค์เกณฑ์/อัจจาภิมุข, พฤหัส (๕) คุ้ม, นวางค์ดี
  • ลดทอน: จันทร์กุมราหูใกล้มาก, ถูกเสาร์เล็งแรง → ใจเครียด/สับสน

๗) สรุปภาษาพยากรณ์

ดาวจันทร์ (๒) สถิตราศีกุมภ์ใจอิสระ ก้าวหน้า เป็นที่นิยมในหมู่คนจำนวนมากเด่นงานเครือข่าย สังคม เทคโนโลยี ต่างชาติความรักต้องให้พื้นที่ มิฉะนั้นจะผันผวง

ต่อไปนี้คือการ วิเคราะห์ “จันทร์กุมราหู” ว่าเข้าข่าย ‘จันทรรู’ หรือไม่เรียบเรียงตามแนวครูโหรไทย แยก นิยาม–เกณฑ์ตัดสิน–ระดับความรุนแรง–แนวแก้เชิงดวง ให้ตัดสินได้ชัดครับ

จันทร์กุมราหู = จันทรรู หรือไม่?

๑) นิยาม “จันทรรู” (แก่นแท้)

จันทรรู คือ ไม่ใช่แค่ “จันทร์อ่อนกำลัง” แต่เป็น อาการเสียลึก

๒) เกณฑ์ตัดสินหลัก (ต้องครบหรือเกือบดาวจันทร์ (๒) ถูกทำลายคุณภาพอย่างมี มลทิน ใจสับสน หม่นหมอง อารมณ์แปรปรวนรุนแรงให้ผลทาง ความรัก–มารดา–สุขภาพใจ เป็นปมชีวิต

 พิจารณาตามลำดับนี้

(ก) ระยะองศา (ตัวชี้ชะตา)

  • ≤ 3° : วิกฤตสูง → มีแนวโน้ม จันทรรูชัด สัญลักษณ์ “≤ 3°” อ่านว่า: “น้อยกว่าหรือเท่ากับ ๓ องศา”

ดังนั้นประโยคทั้งหมด  “≤ 3° : วิกฤตสูง → มีแนวโน้ม จันทรรูชัด” อ่านและแปลความได้ว่า “หากระยะองศาน้อยกว่าหรือเท่ากับ ๓ องศา ถือว่าวิกฤตสูง และมีแนวโน้มเป็นจันทรรูอย่างชัดเจน”

อธิบายเพิ่มในเชิงโหราศาสตร์ เครื่องหมาย ≤ ใช้ในความหมายทางคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์ ในทางโหร ใช้กำหนด ช่วงอิทธิพลแรง ระยะ ไม่เกิน ๓ องศา ถือว่า  → ดาว “แนบสนิท”  → อิทธิพลรุนแรงที่สุด  → หากเป็น จันทร์กุมราหู จะเข้าข่าย มลทินติดจันทร์ หรือ จันทรรู>3° – 5° : รุนแรง → จันทรรูมีโอกาสสูง  ข้อความ “> 3° – 5° : รุนแรง → จันทรรูมีโอกาสสูง”

อ่านว่า: “มากกว่า ๓ องศา ถึง ๕ องศา ถือว่ารุนแรง และมีโอกาสเป็นจันทรรูสูง” อธิบายเสริมให้เข้าใจตรงกัน  เครื่องหมาย > อ่านว่า “มากกว่า”  ช่วง 3° – 5° หมายถึง ระยะองศาเกิน ๓ องศา แต่ไม่เกิน ๕ องศา ในทางโหราศาสตร์ถือว่าเป็นช่วง อิทธิพลแรงมาก (strong orb)

ดังนั้นเมื่อใช้กับ จันทร์กุมราหู ยังไม่แนบสนิทเท่า ≤ 3° แต่ยังแรงพอที่จะทำให้ คุณภาพจันทร์เสียอย่างชัด หากมีปัจจัยซ้ำ (นิจ/ประ/เรือนหลัก/เสาร์ซ้ำ)➜ มักเข้าข่ายจันทรรู   >5° – 8° : ปานกลาง → ยังไม่เรียกจันทรรู หากมีตัวคุ้ม  >8° : อ่อน → มักไม่ใช่จันทรรู หลัก: ยิ่งใกล้ยิ่ง “มลทินติดจันทร์”

(ข) ฐานะราศีของจันทร์

  • นิจ / ประ / ราศีเสีย → เสี่ยงจันทรรู เกษตร / มหาจักร / ยงยศ → ต้านทานสูง (ต้องมีตัวร้ายซ้ำจึงเป็น)

(ค) สถานะเรือน (ถ้าเป็นเรือนหลัก = เสี่ยง)   ตนุ / พันธุ / ปัตนิ / มรณะ → เสี่ยงสูง เรือนรอง (กดุมภะ/สหัชชะ/ศุภะ ฯลฯ) → เสี่ยงลดลง

(ง) ตัวซ้ำเติม  เสาร์เล็ง/กุม  จันทร์เป็นเจ้าเรือนสำคัญ (ตนุ/ปัตนิ/พันธุ)  นวางค์จันทร์เสีย หรือราหูได้อุจ/วรโคตม มี 2–3 ข้อพร้อมกัน = โอกาสจันทรรูสูงมาก

๓) ระดับผลลัพธ์ (สรุปตัดสิน)

ระดับ

เงื่อนไขรวม

คำตัดสิน

  รุนแรง

องศา ≤5° + จันทร์นิจ/ประ + เรือนหลัก

จันทรรู

  ปานกลาง

องศา 5–8° + มีตัวคุ้มบางส่วน

ใกล้จันทรรู

  อ่อน

องศา >8° หรือจันทร์คุณภาพสูง

ไม่ใช่จันทรรู

๔) อาการที่พบเมื่อ “เป็นจันทรรู” ใจไม่นิ่ง สับสน หวาดระแวง ความรักซับซ้อน ผิดหวังซ้ำ ปมแม่/ผู้หญิงในชีวิต นอนหลับยาก อารมณ์แกว่งตามสิ่งเร้า ต่างจาก “จันทร์กุมราหูธรรมดา” ที่ยัง ควบคุมได้

๕) กรณี “ไม่เป็นจันทรรู” แต่ยังต้องระวัง

องศาของดาวจันทร์(๒)ห่างดาวราหู(๘) >8° จันทร์ได้ เกษตร/มหาจักร/ยงยศ มี พฤหัส (๕) คุ้มชัดผลจะออกเป็น ใจอิสระ ฉลาดเชิงสังคม เด่นเครือข่าย–สื่อ–ต่างชาติ  แต่อารมณ์ขึ้นลงบ้าง

๖. จันทร์(๒) ล่าราหู(๘) กับ ราหู(๘) ล่าจันทร์(๒) ต่างกันอย่างไร  ท่านอาจารย์บรรเทา จ้นทร์ศร(อุตรภัทร์) ท่านได้นำคำสอนของพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณสุเมธีวรคุณ แห่งวัดเกาะจังหวัดประจวบคีรีขัณฑ์ มาอธิบายเพิ่มเติมเนื้อหาของดาวราหู(๘) กับดาวจันทร์(๒)

หลักการของท่านเจ้าคุณฯ ว่า หากนับจากดาวราหู(๘) ทวนเข็มนาฬิกา ไป ๓ ราศี แล้วมีดาวจันทร์(๒) อยู่ เรียกว่า จันทร์(๒) “จันทร์ล่าราหู” 

และนับจากราหู(๘) ทวนเข็มนาฬิกาไป ๑๑ ราศี แล้วมีดาวจันทร์(๒) เรียกว่า “ราหู(๘) ล่าจันทร์(๒)

 หากจันทร์(๒) ล่าราหู(๘) ราหูก็เสีย จันทร์ ล่าราหู ดาวราหู(๘) จะให้ร้ายแก่เจ้าชาตา การที่ดาวราหู(๘) ให้ร้ายก็มีลักษณะเป็นไปเหมือนเช่น ดาวราหู(๘) แก่ลัคนา คือ หูเบาใจง่าย ใจอ่อน ขี้สงสาร ชอบช่วยเหลือคนโดยปราศจากเหตุผล และเดือดร้อนเพราะความช่วยเหลือเกื้อกูลคนอื่นอยู่เนือง ๆ และราหู(๘) อยู่ในภพใดของเจ้าชาตา ก็จะทำให้ภพนั้นได้รับอิทธิพลความร้ายกาจของดาวราหูไปด้วย  

ดาวราหู(๘) เป็นดาวประเภทโมหะจริต คือความหลงไหล งมงาย หมายถึง เป็นคนใจอ่อน เชื่อคนง่าย ชอบยกยอปอปั้น และสิ่งเหล่านี้จะทำลายตัวเองจนน้ำตาตก บางคนให้เงินคนอื่นยืมไป แต่ไม่สามารถทวงคืนได้

 หากราหู(๘) ล่าจันทร์(๒) จันทร์ก็เสีย คือจันทร์(๒) เป็น ๑๑ แก่ราหู(๘) ดาวจันทร์(๒) ก็ให้โทษแก่เจ้าชาตา

ดาวจันทร์(๒) คำจำกัดความว่า “รูปจริตทายจันทร์” ซึ่งหมายถึง รูปร่างและจริตกิริยา ในดวงชาตาใดที่มีดาวจันทร์(๒) เด่น หรือพระจันทร์ได้ตำแหน่งดี เช่นพระจันทร์(๒) กุมลัคน์ เจ้าชาตาก็จะเป็นคนมีเสน่ห์ มหานิยมเป็นเยี่ยม ใครพบใครเห็นก็เกิดความรัก ความใคร่และความพอใจ สำหรับดวงสุภาพสตรีที่ดาวจันทร์(๒) กุมลัคน์ โอกาสที่จะเลือกคู่ครองย่อมมีมากกว่าผู้อื่น เพราะมีผู้ชายมากหน้าหลายตามาเสนอตัวให้เลือก

 ตรงกันข้ามหากดาวจันทร์(๒) เสีย รูปร่างไม่สวย  มีกิริยาไม่น่าดู มีร่างกายไม่แข็งแรง ขี้โรค มักได้คู่เป็นหม้ายเป็นต้น   บางตำราเพ่งไปถึงน้ำนม  หมายถึงว่าไม่มีน้ำนมให้ลูกกิน เช่น คนที่ดาวจันทร์(๒) เป็นวินาสน์แก่ลัคน์ มักจะเป็นคนมีหน้าอกไข่ดาว หน้าอกแห้ง เป็นคนไม่เสน่ห์สำหรับเพศตรงข้าม หากดาวเจ้าเรือนปุตตะ อยู่ในตำแหน่งไม่ดี ก็อาจจะเป็นหมัน ไม่สามารถที่จะมีบุตรได้ จะเป็นคนเฉื่อยชา ไม่กระตือรือร้น เป็นคนขาดเสน่ห์ ขาดความอ่อนหวาน ส่วนมากจะอาภัพมารดา เจ้าชาตาจะไม่ค่อยถูกกับแม่หรืออาจจะพลัดพรากจากแม่   นัยน์ตาจะฝ้าฟาง สายตาจะเสียก่อนวัยอันสมควร

๑๒. ดาวจันทร์อยู่ราศีมีน จันทร์เรือนพฤหัส​ ได้ตำแหน่งเทวีโชค)​  ดาวจันทร์(๒) สถิตราศีมีน ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับดาวจันทร์(๒) ที่ได้ตำแหน่งราชาโชค  ให้คุณแต่น้อยกว่าราชาโชค ดาวจันทร์เป็นราชาโชค มีความนิยมต่อผู้ใหญ่ทั่วไป ผู้ใหญ่จะอุปถัมภ์ค้ำชู คู่ครองเป็นผู้มีวาสนาดี หมายถึง พระนางเจ้า เป็นผู้อุปถัมภ์

คำว่า “ดาวจันทร์ (๒) เป็นราชาโชค” นั้น ในโหราศาสตร์ไทยหมายถึงดาวที่ได้ตำแหน่งแห่งเกียรติยศ ความนิยม และบารมีในหมู่ชน   เป็นหนึ่งใน เกณฑ์โชคใหญ่สี่ตำแหน่ง คือ อุจจ์, เกษตร, มหาจักร, และราชาโชค ซึ่งตำแหน่งราชาโชคนี้ให้ผลทาง “ชื่อเสียง ความนิยม และการอุปถัมภ์จากผู้มีศักดิ์สูงกว่า”

 ความหมายโดยทั่วไปของ “ราชาโชค”  ดาวใดได้ตำแหน่ง ราชาโชค หมายถึง ดาวดวงนั้น “มีเกียรติ มีคนยกย่อง” ส่งผลให้เจ้าชะตามีความสง่างาม มีผู้ใหญ่เกื้อหนุน มีชื่อเสียง มีผู้รักใคร่ศรัทธา  ดุจ “กษัตริย์ผู้ได้รับการสถาปนาให้ครองราชย์โดยประชาชน”

 ความหมายเฉพาะเมื่อ “ดาวจันทร์ (๒)” เป็นราชาโชค

ดาวจันทร์เป็น “เทพีแห่งความเมตตา” เป็นธาตุน้ำ เป็นดาวของจิตใจและความอ่อนโยน  เมื่อได้ตำแหน่งราชาโชค จึงแปลว่า “ความอ่อนโยนและเมตตากลายเป็นบารมี”

  ผลต่อบุคลิกและสังคม  เจ้าชาตาเป็นคน มีเสน่ห์ มีราศี พูดจานุ่มนวล สุภาพ มีมารยาท เป็นที่รักของผู้ใหญ่และคนทั่วไป  มีบุคลิกแบบ “ราชินี” หรือ “ข้าราชบริพารใกล้เบื้องยุคลบาท”  มักได้คบหากับบุคคลชั้นสูง หรือได้รับความช่วยเหลือจากผู้มีอำนาจ เป็นคน “อ่อนโยนแต่มีพลังภายในสูง” ชอบดูแลผู้อื่น

ดาวจันทร์(๒) ที่ได้ตำแหน่งเทวีโชค ผลทางโชคลาภและการอุปถัมภ์  ผู้ใหญ่เพศหญิงหรือผู้มีบารมี จะช่วยเหลือ สนับสนุนอย่างจริงใจ ได้ลาภผลจาก ผู้หญิง / มารดา / ผู้มีตำแหน่งสูง / ข้าราชการหญิง  คู่ครอง (หรือผู้ร่วมชีวิต) มักมีเกียรติ วาสนาดี หรือฐานะสูงกว่าตน มีโชคด้านอสังหาริมทรัพย์ บ้านเรือน ที่ดิน สิ่งสะสมเก่า  เมื่ออยู่ในภพกดุมภะ (การเงิน) ยิ่งแปลว่า “เงินทองมาจากความเมตตาและความสัมพันธ์ที่ดี”

  ด้านจิตใจและบุญบารมี  มี “ใจแห่งพระแม่” ชอบปกป้อง อุปถัมภ์ผู้อื่น ทำบุญหรือช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ จะได้ผลบุญสูงอย่างรวดเร็ว  มีวาสนาเป็นที่ปรึกษา เป็นผู้ดูแลผู้อื่นในตำแหน่งที่มีเกียรติ เช่น ครู แม่ชี ผู้บริหารฝ่ายบุคคล

  คำกลอนโบราณที่เกี่ยวข้อง 

“จันทร์ได้ราชาโชค โชคใหญ่ดุจพระนาง” “พูดจาอ่อนหวานปานน้ำทิพย์ มีคนล้อมหน้าหลังดุจนางกษัตริย์”  “หญิงใดได้จันทร์ราชาโชค เป็นดั่งมเหสีผู้ทรงเกียรติ  ชายใดได้จันทร์ราชาโชค เป็นดั่งขุนพลในร่มบารมีของพระนาง”

  สรุปใจความ “จันทร์เป็นราชาโชค” คือ ดวงที่ เมตตากลายเป็นอำนาจ เสน่ห์กลายเป็นบารมี  เจ้าชาตาจะมีผู้ใหญ่รักใคร่ คอยเกื้อกูล  คู่ครองมีวาสนา เป็นผู้อุปถัมภ์ และชีวิตเจริญด้วยการอาศัยความนุ่มนวล สุภาพ และมีน้ำใจ

ด้านล่างนี้คือ การเรียบเรียง–อธิบายใหม่อย่างเป็นระบบ จากข้อความที่อาจารย์ให้มา โดยคง “รสโหราศาสตร์ไทยแท้” และเสริมเหตุผลเชิงหลักการ เพื่อใช้เป็น โน้ตสอน / เอกสารอ้างอิง ได้ทันทีครับ

ดาวจันทร์ (๒) : ราชินีแห่งจักรวาล

ดาวจันทร์เป็นตัวแทนของ

  • รูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณ
  • จิตใจ อารมณ์ ความรู้สึก
  • ความนิยม ความเมตตา ความอ่อนโยน
  • มารดา บ้าน ความผูกพัน ความมั่นคงทางใจ

เมื่อ ดาวจันทร์กุมลัคนา → คุณภาพของ “ตัวตนภายนอก + จิตใจภายใน” จะถูกดาวจันทร์ครอบงำอย่างชัดเจน

ความหมายของ “ดาวเคราะห์เสื่อม” (กรณีดาวจันทร์)

คำว่า เสื่อม ไม่ได้หมายความว่า “เสียทั้งหมด” แต่หมายถึง ให้ผลผิดธรรมชาติของดาวนั้น

ดาวจันทร์เสื่อม พบได้จาก 5 กรณีหลัก

  1. เป็นธาตุ ชั้น ๔ ธาตุคู่ศัตรู → จิตใจแปรปรวน วิตกกังวล ชีวิตขาดความราบรื่น
  2. ไม่เป็นธาตุชั้น ๔ ธาตุคู่ศัตรู แต่เป็นพินทุบาทว์ ไม่มั่นคง เจอเหตุร้ายแบบคาดไม่ถึง
  3. ไม่เป็นธาตุ ชั้น ๔ แต่สถิตทุสถานะภพ→ เช่น อริ มรณะ วินาศ→ ใจทุกข์ง่าย เก็บกด มีปมชีวิต
  4. ไม่เป็นธาตุ ชั้น ๔ แต่สถิตราศีเสื่อม (นิจ / ประ)→ รูปร่าง–จิตใจไม่งามตามคุณภาพดาว→ ตำราจึงกล่าวว่า “รูปร่างขี้เหร่ หรือทุพพลภาพ”(หมายถึงเสียสมดุล ไม่ใช่พิการเสมอไป)
  5. ถูกโยคเกณฑ์ร้ายจากบาปเคราะห์→ เสาร์–ราหู–อังคาร กดจันทร์→ เครียด หวาดระแวง อารมณ์รุนแรง

 ดาวจันทร์ (๒) กุมลัคนาใน 12 ราศี

สรุป “บุคลิก–จิตใจ–ชะตาชีวิต” แบบอ่านเร็ว

 ดาวจันทร์(๒) สถิต ราศีเมษ

  • รักสวยรักงาม ชีวิตสุขสบาย ใช้เงินเก่ง
  • อ.ทวีทรัพย์ : มหาจักร → ฉลาด ลึกซึ้ง เสน่ห์แรง ค้าขายดี
  • จุดอ่อน : ใจร้อน เจ้าชู้เป็นครั้งคราว

 ดาวจันทร์(๒) สถิต   ราศีพฤษภ

  • บุคลิกดี เป็นที่นิยม มีชื่อเสียง
  • มหาอุจ → รูปร่างงาม ผิวพรรณดี สุนทรีย์สูง
  • ค้าขาย–ราชการดี แต่ดื้อเงียบ

  ดาวจันทร์(๒) สถิต ราศีมิถุน

  • พูดเก่ง ฉลาด เพื่อนมาก เงินไม่ขาดมือ
  • เจ้าชู้ รักสนุก เปลี่ยนที่อยู่บ่อย
  • เด่นงานบัญชี บริการ บันเทิง

 ดาวจันทร์(๒) สถิต   ราศีกรกฎ

  • จันทร์เกษตร
  • ผิวพรรณดี สุขุม เก็บอารมณ์เก่ง
  • มีชื่อเสียง ฐานะมั่นคง รักอิสระ

 ดาวจันทร์(๒) สถิต  ราศีสิงห์

  • อารมณ์แรง ระแวง ใช้เงินฟุ่มเฟือย
  • คู่ครองหรือศัตรูมักเกรง
  • ระวังดวงตา สุขภาพสายตา

 ดาวจันทร์(๒) สถิต   ราศีกันย์

  • รูปร่างงาม สงบ มีศิลปะฝีมือ
  • ขยัน หาเงินเก่ง มีลาภบ่อย
  • จุดอ่อน : เรื่องรักวุ่นวาย

 ดาวจันทร์(๒) สถิต  ราศีตุลย์

  • สง่างาม มีราศี คุมอารมณ์ดี
  • ได้คุณจากคู่ครอง
  • ไม่ทะเยอทะยานเกินฐานะ

 ดาวจันทร์(๒) สถิต  ราศีพิจิก

  • จิตใจอ่อนไหว หวาดระแวง
  • ชีวิตอาภัพ อุปสรรคมาก
  • ตระหนี่ ศีลธรรมอ่อน (ถ้าไม่มีดาวดีช่วย)

 ดาวจันทร์(๒) สถิต   ราศีธนู

  • อายุยืน ใฝ่รู้ จิตใจเข้มแข็ง
  • ตรงไปตรงมา ไม่เกรงใจใคร
  • อาชีพมั่นคง ไม่ชอบเปลี่ยน

 ดาวจันทร์(๒) สถิต   ราศีมังกร

  • ใจไม่สงบ โลภ ลึกซึ้ง ชอบอำพราง
  • มีเล่ห์เหลี่ยมสูง ไม่ยอมให้ใครจับจุด

 ดาวจันทร์(๒) สถิต  ราศีกุมภ์

  • สุขภาพไม่สมบูรณ์ ใจไม่ปกติ
  • การเงินฝืด คู่ครองสร้างปัญหา
  • ขาดผู้อุปถัมภ์

  ดาวจันทร์(๒) สถิต ราศีมีน

  • จิตใจมั่นคง มีญาณ รู้ลี้ลับ
  • เสน่ห์แรง ได้คู่–บุตรดี
  • เจ้าสำราญ มีชั้นเชิงเรื่องความรัก

 ติดต่อสอบถามอาจารย์ฐิ โหราศาสตร์ไทย เรื่องการเรียนโหราศาสตร์ไทย หรือตรวจสอบดวงชาตา ให้อินบ๊อก : m.me/arjarnthi

Read more

ดวงมหาธนะโยค หรือโยคเศรษฐี  หรือดวงปริวรรษเกษตร

ดวงมหาธนะโยค หรือโยคเศรษฐี หรือดวงปริวรรษเกษตร

ดวงมหาธนะโยค หรือโยคเศรษฐี  หรือดวงปริวรรตเกษตร หมายถึง ดาวเจ้าเรือนเกษตรสลับกันอยู่ตั้งแต่สามราศีขึ้นไป การหมุนวนเป็นวงกลม ของดาวเจ้าเรือนภพหนึ่งไปอยู่อีกภพหนึ่ง และดาวเจ้าเรือนภพนั้น ไปอยู่อีกภพหนึ่งวนไปจนกลับมาที่เดิม และต้องมากกว่า สามภพขึ้นไป  ดาวแต่ละดวงจะส่งเสริมซึ่งกันและกั

หลักแท้ของทำนายดวงชาตาตามระบบธาตุและเรือนชาตาในโหราศาสตร์ไทย

หลักแท้ของทำนายดวงชาตาตามระบบธาตุและเรือนชาตาในโหราศาสตร์ไทย

หลักแท้ของการทำนายโหราศาสตร์ไทยระบบธาตุและเรือนชาตา ท่านอาจารย์บรรเทา จันทร์ศร (อุตรภัทร์) ท่านกล่าวไว้ในหนังสือกลวิธีพิจารณาดวงชาตา ถึงหลักแท้ของการพยากรณ์ดวงชาตา ว่ามีหลักสำคัญเพียง ๓ ประการ คือ  ๑. เรือนชาตาประจำราศี ๒. ดาวเคราะห์ ประจำราศี  ๑๒ ราศี  เริ่มต้นจากราศีเมษ มีดาวเกษตรประจำราศี ดั

อิทธิพลของดาวราหู(๘)จรในภพการเงิน

อิทธิพลของดาวราหู(๘)จรในภพการเงิน

ดาวพระราหู(๘) เป็นดาวที่มีลักษณะของการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น ในเมื่อดาวราหู(๘) โคจรไปภพใด ภพนั้นก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ภายใน ๑ ปี ๖ เดือน  การเปลี่ยนแปลงจะดีหรือไม่ดีก็ขึ้นอยู่กับดาวราหูในดวงชาตาเดิมว่าให้คุณหรือให้โทษ หากในดวงชาตาเดิมดาวราหู(๘) ให้คุณก็เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี หากไม่ให้คุ

วิธีการเรียนโหราศาสตร์ไทย ให้สามารถพยากรณ์ดวงชาตาได้

วิธีการเรียนโหราศาสตร์ไทย ให้สามารถพยากรณ์ดวงชาตาได้

วิธีการเรียนโหราศาสตร์ไทย ให้พยากรณ์ดวงชาตาได้ อย่างมีประสิทธิภาพ   การเรียนรู้วิชาต่าง ๆ ถ้าจะให้สามารถเข้าใจวิชาที่เรียนได้อย่าลึกซึ้ง ถูกต้อง จะต้องมีครู-อาจารย์ที่ดี มีความรู้ในวิชาที่สอนอย่างลึกซึ้ง สามารถให้คำตอบแก่ศิ