ดาวเสาร์(๗) เล็งลัคนา ให้โทษแก่เจ้าชาตาจริงหรือ
ดาวเสาร์(๗) เล็งลัคน์ ให้โทษแก่เจ้าชาตาจริงหรือ
จากโคลงดาวที่ได้ตำแหน่งเป็นพินทุบาทว์ว่า
“เสาร์เพ่งเล็งลัคน์แล้ว อสุรา
ภุมเมนท์อัษฎา ว่าไว้
จันทร์เป็นสิบเอ็ดแก่รา- หูเล่า
อาภัพอัปภาคย์ให้ โทษแท้ประเหินหิน”
ความหมาย
บาทที่ ๑ ดาวเสาร์(๗) หรือดาวราหู(๘) เล็งลัคน์
บาทที่ ๒ ดาวอังคาร(๓) เป็น ๘ แก่ลัคน์
บาทที่ ๓ ดาวจันทร์(๒) เป็น ๑๑ แก่ดาวราหู(๘) เรียกว่าราหูล่าจันทร์
จากโคลงบาทแรกที่ว่า “ เสาร์เพ่งเล็งลัคน์แล้ว อสุรา อาภัพอัปภานคย์ให้ โทษแท้ประเหินหิน” ความหมายก็คือ หากในดวงชาตามีดาวเสาร์หรือดาวราหู(๘)เล็งลัคนา เป็น ๗ กับลัคนา ดวงชาตาคนนั้นจะอาภัพอัปภาคย์ให้โทษแท้ประเหิรหิน
ภพที่ ๗ ภพปัตนิ หมายถึง คู่ครอง คนรัก คู่สัญญา คู่ความในคดีแพ่ง คู่แข่งขัน ห้างร้านที่เป็นคู่แข่งขันกับห้าง ร้านของเจ้าชะตา เพศตรงข้าม ศัตรูเปิดเผย
ดาวเสาร์(๗) มีคำนิยามว่า “โทษทุกข์ทายเสาร์(๗)” ดังนั้น เมื่อดาวเสาร์(๗) เล็งลัคนา ก็จะมีเกิดโทษทุกข์ในเรื่องคู่ครอง คนรัก คู่สัญญา และเพศตรงกันข้าม
ในการวิเคราะห์ว่า ดาวเสาร์(๗) ให้โทษหรือให้คุณตามระบบธาตุและเรือนชาตา แบ่งเป็น ๒ ระยะ
ระยะแรก คือการวิเคราะห์ดวงชาตาเดิม
ระยะที่สอง คือการวิเคราะห์ดาวจร
ระยะแรก คือการวิเคราะห์ดวงชาตาเดิม ตามระบบธาตุจะต้องวิเคราะห์ว่า ดาวเสาร์(๗) เป็นดาวเจ้าเรือนอะไร เป็นธาตุอะไร ในธาตุ ๔ ชั้น โดยการนำธาตุตามระบบทักษามาเปรียบเทียบกับธาตุในดวงจักรราศี หากเป็นธาตุ ชั้น ๑ อสีติธาตุ ให้คุณแก่เจ้าชาตามาก ธาตุชั้น ๒ ธาตุคู่มิตร ให้คุณแก่เจ้าชาตารองจากธาตุ ชั้น๑ ธาตุชั้น ๓ ธาตุเป็นกลาง ธาตุชั้น ๔ ธาตุคู่ศัตรู ให้โทษแก่เจ้าชาตา การให้คุณหรือการให้โทษถือหลักว่าเรือนชาตาเป็นตัวเรื่อง ดาวเจ้าเรือนชาตาเป็นตัวแสดงเรื่อง ฉะนั้น ในการพยากรณ์ต้องตรวจสอบในดวงชาตาเดิม ดาวเสาร์(๗) เป็นดาวเจ้าเรือนอะไร มาทับลัคนาหรือเล็งลัคนา เป็นธาตุ ชั้น อะไรในธาตุ ๔ ชั้น หากเป็นธาตุ ชั้น ๑ อสีติธาตุ ให้คุณแก่เจ้าชาตามาก ธาตุชั้น ๒ ธาตุคู่มิตร ให้คุณแก่เจ้าชาตารองจากธาตุ ชั้น๑ หากเป็นธาตุชั้น ๔ ธาตุคู่ศัตรู ให้โทษแก่เจ้าชาตา


สมมุติว่าเจ้าชาตามีลัคนาสถิตราศีกันย์ ดาวเสาร์(๗) ในดวงชาตาเดิมเป็นดาวเจ้าเรือนปุตตะ ไปสถิตราศีสิงห์ ธาตุไฟ ภพวินาสน์ ดาวเสาร์(๗) ตามระบบทักษาเป็นธาตุไฟ ไปสถิตราศีสิงห์ ธาตุไฟ ฉะนั้น ดาวเสาร์(๗) เป็นธาตุ ชั้น ๑ อสีติธาตุ ให้คุณแก่เจ้าชาตามาก ธาตุ ชั้น ๑ คงที่ทุกสถานะถึงแม้จะสถิตในทุสนะภพ(วินาสน์) ก็ยังคงเป็นธาตุ ชั้น ๑ อสีติธาตุ ให้คุณแก่เจ้าชาตามาก เจ้าชาตามีบุตรบริวารดี ส่งเสริมให้เจ้าชะตามีความสุขและความเจริญก้าวหน้า มีความสุขเมื่อได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับบุตรหลาน เจ้าชาตาส่งเสริมบุตรหลานให้ไปศึกษาในต่างประเทศ มีความสุขกับการคบหาสมาคมกับเพศตรงข้ามที่มีอายุน่อยกว่า ประสบความสำเร็จในกิจการที่เกี่ยวข้องกับเด็กๆ เจ้าชาตามีความเลื่อมใสในศาสตร์ลึกลับซับซ้อน เช่น จิตศาสตร์ โหราศาสตร์ ฯ
หลักการวิเคราะห์ดาวเสาร์ (๗) ให้คุณหรือให้โทษ
การพิจารณาตามระบบธาตุและเรือนชาตา แบ่งออกเป็น ๒ ระยะสำคัญ
ระยะแรก : วิเคราะห์ดวงชาตาเดิม
ต้องพิจารณา ๓ ประเด็นหลัก
- ดาวเสาร์ (๗) เป็น เจ้าเรือนอะไร ในดวงชาตา
- ดาวเสาร์ (๗) สถิตในราศีอะไร
- ดาวเสาร์ (๗) เป็น ธาตุชั้นใดใน ๔ ชั้น โดยเทียบ
- ธาตุตามระบบทักษา
- กับธาตุของราศีที่ดาวเสาร์สถิต
หลักธาตุ ๔ ชั้น คือ
- ธาตุชั้น ๑ : อสีติธาตุ → ให้คุณมาก
- ธาตุชั้น ๒ : ธาตุคู่มิตร → ให้คุณรองลงมา
- ธาตุชั้น ๓ : ธาตุเป็นกลาง → ให้ผลปานกลาง
- ธาตุชั้น ๔ : ธาตุคู่ศัตรู → ให้โทษ
และยึดหลักสำคัญว่า “เรือนชาตาเป็นตัวเรื่อง ดาวเจ้าเรือนเป็นตัวแสดงเรื่อง” ดังนั้น หากดาวเสาร์เป็นเจ้าเรือนใด คุณภาพของดาวเสาร์จะสะท้อนผลดี–ร้ายของเรือนนั้นโดยตรง
กรณีศึกษา : ลัคนาราศีกันย์
สมมุติฐานดวง ลัคนา : ราศีกันย์ ดาวเสาร์ (๗) ในดวงเดิม เป็น เจ้าเรือนปุตตะ (บุตร บริวาร การเสี่ยงโชค กิจการใหม่) สถิตราศี สิงห์ ธาตุไฟ อยู่ใน ภพวินาสน์ (ต่างถิ่น ต่างแดน ต่างประเทศ สิ่งลึกลับ)
วิเคราะห์ธาตุของดาวเสาร์ ดาวเสาร์ตามระบบทักษา = ธาตุไฟ ราศีสิงห์ = ธาตุไฟ ไฟ + ไฟ = เข้ากันสนิทจึงจัดเป็น ธาตุชั้น ๑ : อสีติธาตุ
ข้อสำคัญมาก แม้ดาวเสาร์จะอยู่ใน ทุสนะภพ (ภพวินาสน์)แต่เมื่อเป็นธาตุชั้น ๑ แล้ว ยังคงให้คุณแก่เจ้าชาตามากอยู่ดีตำแหน่งเรือนร้ายไม่สามารถทำลายคุณภาพของธาตุชั้น ๑ ได้
ผลพยากรณ์ดาวเสาร์ในดวงชาตาเดิม
เมื่อดาวเสาร์ (๗) เป็น เจ้าเรือนปุตตะ + ธาตุชั้น ๑ อสีติธาตุ ผลที่ปรากฏคือ
- เจ้าชาตามี บุตรบริวารดี
- บุตรหลานช่วยส่งเสริมชีวิตให้เจริญก้าวหน้า
- มีความสุขเมื่อได้อยู่พร้อมหน้ากับครอบครัว
- ส่งเสริมบุตรหลานให้ไปศึกษาต่อต่างประเทศ
- มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามที่อายุน้อยกว่า
- ประสบความสำเร็จในกิจการที่เกี่ยวข้องกับเด็ก ๆ
- มีความสนใจในศาสตร์ลึกลับ เช่น
- จิตศาสตร์
- โหราศาสตร์
- วิชาลับ วิชาภายใน
ทั้งหมดนี้เป็นผลจาก ดาวเสาร์ธาตุชั้น ๑ แม้จะอยู่ในภพวินาสน์ก็ตาม
คำพยากรณ์สรุป (ดวงชาตาเดิม)
“ดาวเสาร์ (๗) เป็นเจ้าเรือนปุตตะ สถิตราศีสิงห์ ภพวินาสน์ ธาตุไฟตรงกันทั้งทักษาและราศีจักร จึงเป็นธาตุชั้น ๑ อสีติธาตุ ให้คุณแก่เจ้าชาตามาก แม้จะอยู่ในทุสนะภพ (วินาสน์) ก็ยังคงคุณภาพดี ส่งผลให้เจ้าชาตามีบุตรบริวารที่เป็นคุณ มีความสุขในครอบครัว ส่งเสริมการศึกษาต่างประเทศ และมีความก้าวหน้าในกิจการเกี่ยวกับเด็กหรือศาสตร์ลึกลับ”


ระยะที่สอง คือการวิเคราะห์ดาวจร ในการวิเคราะห์ดาวจร ให้ตรวจสอบดาวเสาร์(๗) ในดวงชาตาเดิม ว่าในดวงจักรราศีสถิตราศีอะไร จรมาสถิตราศีราศีอะไร เป็นธาตุอะไร หากลัคนาสถิตราศีกันย์ ดาวเสาร์(๗) ในดวงชาตาเดิมเป็นดาวเจ้าเรือนปุตตะ ไปสถิตราศีสิงห์ ธาตุไฟ ดาวเสาร์(๗) จรไปสถิตราศีมีน ธาตุน้ำ ฉะนั้น ดาวเสาร์(๗) เป็นธาตุ ชั้น ๔ ธาตุคู่ศัตรู ให้โทษแก่เจ้าชาตา
ราศีกันย์ เป็นราศีประเภทนระราศี มีดาวเสาร์(๗) เป็นดาวฆาต “นระโสโร) หากดาวเสาร์(๗)จรเป็นธาตุ ชั้น ๔ ธาตุคู่ศัตรู ให้โทษแก่เจ้าชาตา หากดาวเสาร์(๗) จรเป็นธาตุ ชั้น ๔ ดาวเสาร์(๗) เป็นฆาตร้าย
ดาวเสาร์(๗) ในดวงชาตาเดิมเป็นดาวเจ้าเรือนปุตตะ ไปสถิตราศีสิงห์ ธาตุไฟ วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ - ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ดาวเสาร์(๗) จรย้ายจากราศีกุมภ์มาสถิตราศีมีน ธาตุน้ำ ภพปัตนิ (คู่ครอง/หุ้นส่วน/หุ้น/คู่สัญญา)ฉะนั้น ดาวเสาร์(๗) จรเป็นธาตุ ชั้น ๔ ธาตุคู่ศัตรู ดาวเสาร์(๗) เป็นฆาตร้าย ให้โทษแก่เจ้าชาตา ในเรื่องบุตร บริวาร การเสี่ยงโชค การติดต่อภายในประเทศ และให้โทษในเรื่องคู่ครอง/หุ้นส่วน/หุ้น/คู่สัญญา
การวิเคราะห์ ดาวเสาร์ (๗) จรเล็งลัคน์ : ให้โทษแก่เจ้าชาตาจริงหรือ?
การพิจารณาตามระบบธาตุและเรือนชาตา
บทนำ ในโหราศาสตร์ไทย มีความเชื่อที่แพร่หลายว่า “ดาวเสาร์ (๗) จรเล็งลัคน์” เป็นตำแหน่งร้าย ทำให้เจ้าชาตาอาภัพ มีเคราะห์ หรือมีความทุกข์หนัก โดยอ้างอิงจากโคลงโบราณที่ว่า
“เสาร์เพ่งเล็งลัคน์แล้ว อสุรา ภุมเมนท์อัษฎา ว่าไว้ จันทร์เป็นสิบเอ็ดแก่รา- หูเล่า อาภัพอัปภาคย์ให้ โทษแท้ประเหินหิน”
โคลงนี้แบ่งความหมายเป็น ๓ ประเด็นหลัก
- บาทที่ ๑ : ดาวเสาร์ (๗) หรือดาวราหู (๘) เล็งลัคน์
- บาทที่ ๒ : ดาวอังคาร (๓) เป็น ๘ แก่ลัคน์
- บาทที่ ๓ : ดาวจันทร์ (๒) เป็น ๑๑ แก่ดาวราหู (๘) หรือเรียกว่า “ราหูล่าจันทร์”
โดยเฉพาะบาทแรกที่ว่า “เสาร์เพ่งเล็งลัคน์แล้ว อสุรา … อาภัพอัปภาคย์ให้ โทษแท้ประเหินหิน” ตีความได้ว่า หากในดวงชาตามีดาวเสาร์ (๗) หรือดาวราหู (๘) เล็งลัคนา (เป็นภพที่ ๗ จากลัคน์) ดวงนั้นย่อมมีเคราะห์ มีความทุกข์ หรืออาภัพอัปภาคย์
คำถามสำคัญคือ ความเชื่อนี้เป็นจริงเสมอไปหรือไม่?
บทความนี้เสนอวิธีพิจารณาใหม่โดยใช้ ระบบธาตุ ๔ ชั้น + หลักเรือนชาตาเป็นตัวเรื่อง ดาวเจ้าเรือนเป็นตัวแสดงเรื่อง ซึ่งช่วยให้คำพยากรณ์มีเหตุผล ละเอียด และเป็นธรรมกับดวงชาตามากขึ้น
ความหมายของภพที่ ๗ (ภพปัตนิ)
ภพที่ ๗ หรือ ภพปัตนิ หมายถึง คู่ครอง คนรัก หุ้นส่วน คู่สัญญา คู่ความในคดีแพ่ง คู่แข่งขันทางธุรกิจ เพศตรงข้าม ศัตรูที่เปิดเผย
ดาวเสาร์ (๗) มีคำนิยามตามตำราว่า
“โทษทุกข์ทายเสาร์ (๗)” ดังนั้น เมื่อดาวเสาร์จรเล็งลัคนา (อยู่ภพปัตนิ) จึงมักถูกตีความว่า จะก่อให้เกิด “โทษทุกข์” ในเรื่องคู่ครอง หุ้นส่วน สัญญา หรือความสัมพันธ์กับเพศตรงข้าม
แต่การอ่านเพียงตำแหน่งเล็งลัคน์อย่างเดียว ยังไม่เพียงพอ ต้องวิเคราะห์ “คุณภาพของดาวเสาร์จร” ในดวงชาตาเดิมก่อน
ดาวเสาร์ (๗) จร : ธาตุชั้น ๔ คู่ศัตรู และฆาต “นระโสโร”
กรณีศึกษา : ลัคนาราศีกันย์ ช่วง ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ – ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๙
บทนำ ในการพยากรณ์ดวงชาตาตามหลักโหราศาสตร์ไทย การอ่าน “ดาวจร” มิใช่เพียงการดูตำแหน่งดาวที่เคลื่อนที่ในปัจจุบัน แต่จำเป็นต้องผูกโยงกับโครงสร้างดวงชาตาเดิมอย่างเป็นระบบ โดยทั่วไปสามารถแบ่งการพิจารณาออกเป็นสามชั้น ได้แก่
- โครงสร้างดวงชาตาเดิม (ราศีจักร)
- คุณภาพดาวจรเมื่อเทียบกับดาวเดิม โดยเฉพาะหลัก “ธาตุชั้น”
- ความสัมพันธ์ของดาวจรกับลัคนาและเรือนชะตาที่ดาวนั้นเข้าไปสถิต
บทความนี้มุ่งอธิบาย ระยะที่สองของการพยากรณ์ดาวจร โดยใช้กรณีศึกษาดาวเสาร์ (๗) จรในช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ ถึง ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๙ สำหรับเจ้าชาตาที่มีลัคนาสถิตราศีกันย์
โครงสร้างดวงที่ใช้พยากรณ์
เจ้าชาตา มีลัคนา : ราศีกันย์ ซึ่งจัดเป็น นระราศี ตามตำราโบราณ ดาวเสาร์ (๗) ในดวงชาตาเดิม เป็น ดาวเจ้าเรือนปุตตะ อันเกี่ยวข้องกับบุตร บริวาร การเสี่ยงโชค และการเริ่มกิจการใหม่ สถิตราศี สิงห์ ซึ่งมีธาตุเป็น ไฟ
ดาวเสาร์ (๗) จร ในดวงชาตาเดิมในดวงจักรราศี สถิตอยู่ราศีสิงห์ จรเคลื่อนเข้าสู่ราศี มีน ราศีมีนมีธาตุเป็น น้ำ ในช่วงเวลานี้ ดาวเสาร์จรสถิตใน ภพปัตนิ อันเกี่ยวข้องกับคู่ครอง หุ้นส่วน หุ้น และคู่สัญญา
หลัก “ธาตุชั้น” และความหมายทางพยากรณ์
เมื่อเปรียบเทียบตำแหน่งเดิมกับตำแหน่งจรของดาวเสาร์ พบว่า เดิม : ธาตุไฟ (ราศีสิงห์) จร : ธาตุน้ำ (ราศีมีน)
ไฟกับน้ำเป็นคู่ปฏิปักษ์กันโดยธรรมชาติ ตามหลักโหราศาสตร์ไทยจึงจัดเป็น ธาตุชั้น ๔ หรือธาตุคู่ศัตรู ซึ่งโดยหลักแล้วถือว่า “ให้โทษแก่เจ้าชาตา” โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นดาวสำคัญของดวง เช่น ดาวเจ้าเรือนปุตตะในกรณีนี้ การที่ดาวเสาร์จรกลายเป็นธาตุชั้น ๔ จึงเป็นสัญญาณเชิงคุณภาพว่าพลังของดาวเสาร์ในช่วงนี้มีแนวโน้มก่อให้เกิดแรงกดดัน ความตึงเครียด หรืออุปสรรคในเรื่องที่ตนเป็นเจ้าของเรือน
หลัก “ฆาตนระราศี : นระโสโร” ตำราโหราศาสตร์ไทยสายโบราณระบุว่า ราศีกันย์ซึ่งเป็น นระราศี มีดาวเสาร์เป็น ดาวฆาต เรียกว่า “นระโสโร” ดังนั้น เมื่อดาวเสาร์เป็น เจ้าเรือนสำคัญของดวง (เจ้าเรือนปุตตะ) และในขณะเดียวกันจรเป็นธาตุชั้น ๔ คู่ศัตรู ย่อมถือว่าเป็น “ฆาตร้ายในทางจร” ที่มีอิทธิพลกดดันต่อชีวิตเจ้าชาตาในช่วงเวลานั้นอย่างมีนัยสำคัญ
ช่วงเวลาที่ให้ผลเด่นชัด ช่วงตั้งแต่ วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ ถึง ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เป็นช่วงที่ดาวเสาร์จรเข้าสู่ราศีมีนและสถิตในภพปัตนิอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นช่วงที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเป็นพิเศษ
ผลพยากรณ์รายด้าน
๑) ผลต่อภพปุตตะ : บุตร บริวาร และการเสี่ยงโชค
เนื่องจากดาวเสาร์เป็นเจ้าเรือนปุตตะ เมื่อจรเป็นธาตุชั้น ๔ จึงมีแนวโน้มดังนี้
- บุตรหรือบริวาร อาจก่อให้เกิดภาระทั้งทางใจและทางทรัพย์ มีความขัดแย้งหรือความไม่เข้าใจกัน เจ้าชาตาอาจต้องรับผิดชอบปัญหาของผู้อื่นมากกว่าปกติ
- การเสี่ยงโชคและการลงทุน มีความเสี่ยงต่อการขาดทุนหรือได้ผลล่าช้า ไม่เหมาะกับการลงทุนก้อนใหญ่หรือการตัดสินใจแบบฉับพลัน ควรดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป มีแผนสำรองและหลักประกันชัดเจน
๒) ผลต่อภพปัตนิ : คู่ครอง หุ้นส่วน และสัญญา
การที่ดาวเสาร์จรเข้าสู่ภพปัตนิและเป็นธาตุชั้น ๔ ส่งผลให้
- ความสัมพันธ์กับคู่ครอง
- บรรยากาศมีความตึงเครียดมากกว่าปกติ
- การสื่อสารอาจติดขัดหรือเข้าใจผิดกันง่าย
- ฝ่ายหนึ่งอาจรู้สึกถูกควบคุมหรือจำกัดเสรีภาพ
- หุ้นส่วน หุ้น และคู่สัญญา
- เสี่ยงต่อข้อตกลงที่ไม่เป็นธรรม
- มีโอกาสเกิดข้อพิพาททางกฎหมาย
- เอกสารสัญญาอาจมีเงื่อนไขที่เป็นภาระต่อเจ้าชาตา
จึงควรตรวจสอบเอกสารทุกฉบับอย่างละเอียด และหากเป็นไปได้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายก่อนลงนาม
๓) ผลต่อการติดต่อและเครือข่ายใกล้ตัว
เนื่องจากเสาร์เป็นเจ้าเรือนปุตตะ ซึ่งเกี่ยวพันกับบริวารและเครือข่ายใกล้ตัว จึงมีแนวโน้มว่า
- การประสานงานอาจล่าช้า
- การนัดหมายมีโอกาสเลื่อนหรือผิดพลาด
- การเดินทางใกล้มีโอกาสติดขัดหรือเสียเวลาโดยไม่จำเป็น
บทสรุป ในช่วงวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ ถึง ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ดาวเสาร์ (๗) ซึ่งเป็นเจ้าเรือนปุตตะของเจ้าชาตา เดิมสถิตราศีสิงห์ธาตุไฟ ได้จรเข้าสู่ราศีมีนธาตุน้ำ ทำให้กลายเป็น ธาตุชั้น ๔ คู่ศัตรู ประกอบกับลัคนาราศีกันย์เป็นนระราศี และดาวเสาร์เป็นดาวฆาต “นระโสโร” จึงถือว่าให้โทษแก่เจ้าชาตา โดยเฉพาะในเรื่องบุตร บริวาร การเสี่ยงโชค การเริ่มกิจการใหม่ ตลอดจนเรื่องคู่ครอง หุ้นส่วน หุ้น และสัญญาต่าง ๆ
ดังนั้น ในช่วงเวลาดังกล่าว เจ้าชาตาควรดำเนินชีวิตด้วยความรอบคอบ ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ และตรวจสอบทุกข้อตกลงอย่างละเอียด เพื่อบรรเทาผลกระทบเชิงลบของดาวเสาร์จรในช่วงนี้
ติดต่อสอบถามอาจารย์ฐิ โหราศาสตร์ไทย เรื่องการเรียนหรือตรวจสอบดวงชาตา ให้อินบ๊อก : m.me/arjarnthi