ดวงมหาธนะโยค หรือโยคเศรษฐี หรือดวงปริวรรษเกษตร

ดวงมหาธนะโยค หรือโยคเศรษฐี  หรือดวงปริวรรษเกษตร

ดวงมหาธนะโยค หรือโยคเศรษฐี  หรือดวงปริวรรตเกษตร หมายถึง ดาวเจ้าเรือนเกษตรสลับกันอยู่ตั้งแต่สามราศีขึ้นไป การหมุนวนเป็นวงกลม ของดาวเจ้าเรือนภพหนึ่งไปอยู่อีกภพหนึ่ง และดาวเจ้าเรือนภพนั้น ไปอยู่อีกภพหนึ่งวนไปจนกลับมาที่เดิม และต้องมากกว่า สามภพขึ้นไป  ดาวแต่ละดวงจะส่งเสริมซึ่งกันและกัน หากไม่มีดาวดวงใดตกในทุสนะภพ หรือสถิตในทุสนะภพแต่สามารถพลิกฟื้นได้ ก็ถือว่าเป็น ดวงมหาธนะโยค หรือโยคเศรษฐี

ดวงมหาธนะโยค หรือโยคเศรษฐี  หรือดวงปริวรรษเกษตร 

 เจ้าชาตามีลัคนาสถิตราศีพฤษภ ได้ดวงมหาธนะโยค หรือโยคเศรษฐี  หรือดวงปริวรรษเกษตร หมายถึง ดาวเจ้าเรือนเกษตรสลับกันอยู่ตั้งแต่สามราศีขึ้นไป การหมุนวนเป็นวงกลม ของดาวเจ้าเรือนภพหนึ่งไปอยู่อีกภพหนึ่ง และดาวเจ้าเรือนภพนั้น ไปอยู่อีกภพหนึ่งวนไปจนกลับมาที่เดิม และต้องมากกว่า สามภพขึ้นไป  ดาวแต่ละดวงจะส่งเสริมซึ่งกันและกัน หากไม่มีดาวดวงใดตกในทุสนะภพ(อริ มรณะ หรือวินาสน์) หรือดาวบางดวงตกในทุสนะภพ แต่สามารถพลิกฟืันได้ก็ถือว่าเป็นดวงมหาธนะโยค หรือโยคเศรษฐี

เจ้าชาตามีลัคนาสถิตราศีพฤษภ  มีดาวศุกร์(๖)เจ้าเรือนตนุลัคนาและเป็นดาวเจ้าเรือนอริ(ศัตรู/อุปสรรค/โรคภัย/สุขภาพ) ไปสถิตราศีธนู ภพมรณะ ซึ่งมีดาวพฤหัส(๕) เจ้าเรือนมรณะหรือเจ้าเรือนลาภะ(โชคลาภ) ไปสถิตราศีมิถุน ภพกดุมภะ(การเงิน) ซึ่งมีดาวพุธ(๔) เป็นดาวเจ้าเรือนกดุมภะ(การเงิน)และเจ้าเรือนปุตตะ(บุตร/บริวาร/การเสี่ยงโชค/การทำกิจการใหม่) ไปสถิตราศีพิจิก ภพปัตนิ(คู่ครอง/หุ้นส่วน/หุ้น/คู่สัญญา) ซึ่งมีดาวอังคาร(๓) เป็นดาวเจ้าเรือนปัตนิ และเจ้าเรือนวินาสน์ ไปสถิตราศีตุลย์ ซึ่งมีดาวศุกร์(๖) เป็นดาวเจ้าเรือน ทำให้เจ้าชาตาได้ปริวรรษเกษตร (๖ - ๕ - ๔ -๓ - ๖) 

สรุป มาตรฐานคุณภาพชีวิตของเจ้าชาตา จากการได้ ปริวรรษเกษตร  แบบครบวงจร (๖ → ๕ → ๔ → ๓ → ๖) ร่วมกับการได้ อุดมเกณฑ์ ของดาวอังคาร (๓) ตามลำดับ มีรายละเอียดและผลดังนี้:

  ความหมายของ  ดวงมหาธนะโยค หรือโยคเศรษฐี  หรือดวงปริวรรษเกษตร เป็น โยคมหาธนะ ตามหลักโหราศาสตร์ไทย  หมายถึง "การหมุนเวียนของดาวเจ้าเรือนแต่ละภพ" ไปอยู่ในเรือนของอีกดาวหนึ่งอย่างมีลำดับที่สอดคล้องกัน และครบวงจร  ต้องมี ตั้งแต่ ๓ คู่ดาวขึ้นไป และไม่มีดาวใดตก ทุสนะภพ (อริ, มรณะ, วินาสน์)  เป็น มหาเศรษฐีโยค (โยคเศรษฐี) เมื่อ ดาวเจ้าเรือนแต่ละดวงมีคุณภาพดีสถิตในเรือนที่ไม่เป็นทุสนะ หรือถึงแม้สถิตในเรือนทุสนะภพแต่สามารถพลิกฟื้นได้ ได้ตำแหน่งเกษตร/ราชาโชค/มหาจักร/องค์เกณฑ์ ฯลฯ

  วิเคราะห์ “มาตรฐานคุณภาพชีวิต” จากปริวรรษเกษตร

  ๑.  ดวงมหาธนะโยค (โยคเศรษฐี) เป็นดวงที่มีศักยภาพทาง การเงิน การบริหาร ทรัพย์สิน การค้าขาย ความสัมพันธ์หุ้นส่วน และการสร้างทรัพย์จากเครือข่าย โยคนี้บ่งชี้ว่าเจ้าชาตา มีโครงสร้างเกื้อหนุนกันเป็นวงจร ทุกภพสนับสนุนกันและกันโดยไม่ขาดสาย

๒. ทุกดาวในวงจรมีคุณภาพดี ถึงแม้สถิตในทุสนะภพ แต่สามารถพลิกฟื้นได้  เช่น

๒.๑. ศุกร์ (๖) เป็นดาวเจ้าเรือนตนุลัคนาและเจ้าเรือนอริ ในดวงราศีจักร ได้ตำแหน่งมหาจักร ดาวศุกร์(๖) เป็นมหาจักร สถิตในราศีธนู ซึ่งเป็นราศีธาตุไฟ เป็นธาตุ ชั้น ๔ ธาตุคู่ศัตรู แต่ดาวที่เป็นมหาจักรจะเป็นดาวที่ใหัคุณแน่นอนที่สุด มหาจักร แปลว่า ความเจริญดีงามอย่างยิ่งใหญ่ ดาวที่เป็นมหาจักร คือตำแหน่งของดาวที่จะนำไปสู่ควาเจริญรุ่งเรืองและร่ำรวยมาก ให้คุณทางด้านโภคทรัพย์สมบัติพัสสถาน ร่ำรวย มีฐานะดี มีคุณธรรมสูง มีเกียรติมีชื่อเสียงโด่งดัง ดาวที่เป็นมหาจักร เป็นดาวที่ให้คุณแน่นอนที่สุด แต่ในดวงนวางค์จักร สถิตราศีกันย์ ซึ่งมีดาวพุธ(๔) เป็นดาวเจ้าเรือน ได้ตำแหน่ง “ประ” แต่ดาวพธ(๔) เสวยวรโรตมนวางค์ ทำให้ดาวศุกร์(๖) พลิกฟื้นกลายเป็นเกษตร  ทำให้เจ้าชาตามีความอ่อนโยน และรักอิสระ  เจ้าชะตาเป็นคน มีอารมณ์โรแมนติก เจ้าสำราญ แต่ไม่หยาบคาย ปรับตัวเก่ง เข้ากับสังคมได้ทุกระดับ เป็นที่รักของผู้คน  มีศิลปะในการพูด และการแสดงออก เหมาะกับงานประชาสัมพันธ์ ศิลปิน นักออกแบบ นักแสดง หรือ อาชีพด้านสื่อ รู้จัก “ใช้เสน่ห์เป็นทุน” สร้างผลประโยชน์ สามารถต่อยอดทรัพย์สินที่มีให้เพิ่มพูนได้  ถ้าทำธุรกิจ จะมีความคิดสร้างสรรค์สูง และมักประสบความสำเร็จจากภาพลักษณ์ที่ดี  

๒.๒.พฤหัส (๕) เป็นดาวเจ้าเรือนมรณะและเจ้าเรือนลาภะ ในดวงราศีจักร ดาวพฤหัส(๕) สถิตราศีมิถุน ได้ตำแหน่งเป็นประเกษตร ซึ่งมีดาวพุธ(๔) เป็นดาวเจ้าเรือน ซึ่งเป็นดาวที่แสดงความเฉียบแหลมในด้านความคิดและคำพูด มีสติปัญญาในทางโลก ฉะนั้น ดาวพฤหัส(๕) ที่เป็นประเกษตรในราศีเมถุน จึงมีปัญญาในแบบฉบับของนักแก้ปัญหา หากดาวพฤหัส(๕) ในราศีเมถุนถึงลัคนาแล้ว จะทำให้เจ้าชาตาเป็นคนมีสติปัญญาดี มีความเฉียบแหลมในด้านการเรียนรู้ ดาวพฤหัส(๕) ในตำแหน่งนี้ ในด้านการทำงานจะใช้ทั้งความรู้และประสบการณ์มาประยุกต์ใช้อย่างลงตัว สามารถเป็นนักบริหารที่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ในส่วนลึกของจิตใจของเจ้าชาตา จะเป็นคนที่คิดถึงประโยชน์ที่จะได้รับเป็นสำคัญ เจ้าชาตาจะต้องได้รับชัยชนะหรือได้กำไร เป็นคนที่ไม่ยอมแพ้ใครง่าย ๆ ทั้งนี้ชัยชนะหรือกำไรที่ได้มาจะไม่คำนึงถึงคุณธรรมหรือศีลธรรมใด ๆ ขอให้ตนเองเป็นผู้ชนะก็พอใจแล้ว คนที่ดาวพฤหัส(๕) อยู่ในราศีเมถุน จะเป็นคนประเภทชีวิตต้องสู้ โดยไม่คำนึงถึงคุณธรรมและมโนธรรม เป็นคนประเภททำอะไรแล้ว ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ต้องใช้คาถา อีกประการหนึ่ง คนที่ดาวพฤหัส(๕) อยู่ในตำแหน่งในราศีเมถุน ส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าสติปัญญาไม่ดี เรียนไม่เก่ง แต่จากสถิติจะพบว่า ดางชาตาที่ดาวพฤหัส(๕) เป็นประเกษตรในราศีเมถุน จะเป็นคนมีสติปัญญาดีมาก มีความสามารถเรียนได้สูง ด้านการทำงานก็เป็นคนที่มีความฉลาดในการแก้ปัญหา แถมมีความคิดที่ไม่เหมือนใคร ในด้านมนุษยสัมพันธ์มักจะเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้ใครง่าย ๆ ถ้าจะเอาแพ้ชนะกันแล้ว จะใช้ทุกวิถีทางที่จะใหัตนเองชนะ โดยไม่คำนึงถึงคุณธรรมหรือศีลธรรม เป็นคนประเภทวิตกจริต มีความอาฆาตที่รุนแรง สามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อชัยชนะ

อีกประการหนึ่ง ดาวพฤหัส(๕)ในราศีเมถุน ยังได้ตำแหน่งอุจจาวิลาส จากตำราจักรทีปนีกล่าวว่า หากดาวพฤหัส(๕) เป็นอุจจาวิลาส จะทำให้เจ้าชาตามีสติปัญญามากปราศจากโทษ สามารถเป็นนักปราชญ์ ทำราชการจะได้ตำแหน่งสูง และมักจะเป็นครู-อาจารย์ แพทย์ เภสัชกร  ชีวิตจะมีความสุขมาก มีลาภผลมาก สามารถเป็นที่พึ่งของคนอื่นได้ 

ในดวงนวางค์จักร  ดาวพฤหัส(๕) สถิตราศีมีนได้ตำแหน่ง เกษตร  ดาวพฤหัสเป็นเกษตร จะมีวาสนาดีในเรื่องของการศึกษาหาความรู้ เป็นผู้ที่มีสติปัญญาเหมาะสมอย่างยิ่งในการค้นคว้าจากตำรา แต่หนักไปทางทฤษฎีมากกว่าทางปฏิบัติ เข้าถึงธรรมะ หรือเรียนรู้ในเรื่องศาสนาได้ง่าย มีความสุขุมรอบครอบ ดาวพฤหัส คือ ตัวสติ เป็นคนคงแก่เรียน รักความยุติธรรม มีทรัพย์ ดาวพฤหัสเปรียบเสมือนผู้ใหญ่ ผู้อาวุโสมากๆ ชอบความสงบ มีความเกรงกลัวต่อบาป มีศีลธรรม มีความสำเร็จ มีโชคลาภ มีความอุดมสมบูรณ์ ดาวพฤหัสเด่น ก็ช่วยใช้มีการศึกษาเล่าเรียนดีราบรื่น แต่ก็มีสติมากไปจนบางครั้งดูไม่เฉียบแหลม การแก้ปัญหาจึงช้ากว่าพวกดาวพุธเด่น

๒.๓. ดาวพุธ (๔) เป็นดาวเจ้าเรือนกดุมภะและเจ้าเรือนปุตตะ สถิตราศีพิจิก ทั้งในดวงราศีจักรและดวงนวางค์จักร เป็นธาตุชั้น ๑ และเสวยวรโคตมนวางค์  ดาวพุธ(๔) เสวยวรโคตรมนวางศ์  เจ้าชาตาจะเป็นคนเฉลียวฉลาดมาก มีความสามารถในการโน้มน้าวจิตใจคน ทำให้คนประทับใจ พูดจาอ่อนโยน ชอบที่จะศึกษาโหราศาสตร์ ทำให้เจ้าชาตาเป็นคน  พูดเก่ง ฉลาด มีวาทศิลป์ใกนาการหาเงิน

๒.๔. อังคาร (๓) เป็นดาวเจ้าเรือนปัตนิและเจ้าเรือนวินาสน์ ในดวงราศีจักร สถิตราศีตุลย์ ได้ตำแหน่งประ  ตามทักษาเป็นธาตุ ลม สถิตราศีตุลย์ ธาตุลม เป็นธาตุ ชั้น ๑ อสีติธาตุ ให้คุณแก่เจ้าชาตามาก สถิตภพอริ  ธาตุชั้น ๑ คงที่ทุกสถานะ ถึงแม้สถิตในทุสนะภพ ก็ยังให้คุณแก่เจ้าชาตา และยังได้ อุดมเกณฑ์ ประเภทปัศวะราศี ถึงแม้สถิตในทุสนะภพ(อริ) ก็ยังให้คุณแก่เจ้าชาตา ทำให้เจ้าชาตาเป็นคนเด็ดขาด มีแรงผลักดันสูง มีพลังสู้ชีวิต  ทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิต เจ้าชาตาถึงแม้จะมีบางดาวบางดวงสถิตในทุสนะภพ( อริ/มรณะ/วินาสน์) แต่  ได้คุณพิเศษ มีดาวเกื้อหนุนอย่างชัดเจน ทำให้สามารถพลิกฟื้น กลายเป็นให้คุณแก่เจ้าชาตา เช่น ดาวอังคาร (๓) อยู่ภพอริ   แต่ได้ อุดมเกณฑ์ ดาวศุกร์ (๖) อยู่ภพมรณะ    ได้ตำแหน่งมหาจักร ในดวงราศีจักร ได้ตำแหน่ง “ประ ในดวงนวางค์จักร แต่สถิตราศีกันย์ ซึ่งมีดาวพธ(๔) เสวยวรโคตมนวางค์  และอยู่ในวงปริวรรษเกษตร  ทำให้ดาวศุกร์(๖)พลิกฟื้น ” กลับมาให้คุณแก่เจ้าชาตา

ประกอบกับดาวพุธ (๔) เป็นดาวเจ้าเรือนกดุมภะ(การเงิน)และเป็นดาวเจ้าเรือนปุตตะ สถิตอยู่ภพปัตนิ  เป็นธาตุ ชั้น ๑ อสีติธาตุ ให้คุณแก่เจ้าชาตา  เป็น ๗ จากลัคนา  ได้องค์เกณฑ์ตามเรือนชาตา  หากดาวพุธ(๔) ได้องค์เกณฑ์ตามเรือนชาตา    ดาวพุธ(๔) อยู่ในเรือนเกณฑ์(เป็นหนึ่ง เป็นสี่ เป็นเจ็ด และเป็นสิบจากลัคนา  หรือดาวเจ้าเรือนลัคนา หรือจากดาวจันทร์(๒) ) จะเป็นคนที่รู้จักใช้วาจาให้เป็นประโยชน์ มีไหวพริบและปฏิภาณว่องไว หากประกอบอาชีพให้ตรงกับดาวพุธ(๔) เช่น นักบัญชี นักพูด นักโฆษณาประชาสัมพันธ์ จะเด่นกว่าคนอื่น ตัวแทน นายหน้า  ดาวพุธ(๔) หมายถึง คำพูด การเจรจาอย่างมีศิลปะ การสื่อสาร การประชาสัมพันธ์ การติดต่อกับคนอื่น การเป็นตัวแทนนายหน้าในการซื้อขาย การเป็นครูผู้สอนที่เน้นด้านประสบการณ์มากกว่าทฤษฎี การเป็นนักประพันธ์ การเป็นนักเขียน ฉะนั้น คนที่พูดเก่ง พูดจาไพเราะเสนาะหู มีศิลปะในการพูด การเจรจา มีเหตุมีผล จะต้องเป็นดวงชาตาที่มีดาวพุธ(๔) อยู่ในตำแหน่งที่ดีและส่งกำลังถึงลัคนา จากตำราของท่านอาจารย์สิงห์โต สุริยาอารักษ์ ท่านบอกว่า ดาวพุธ(๔) ถือว่าเป็นเทพเจ้าแห่งพ่อค้าหรือนักธุรกิจ สรุปว่า ดาวพุธ(๔) เป็นดาวแห่งการพูด การเขียน การติดต่อ การศึกษา การเดินทางในระยะใกล้ๆ สติปัญญา ระบบประสาทและสมองในด้านคำพูด คนที่มีดาวพุธ(๔) เด่นและถึงลัคนา จะเป็นคนมีประสบการณ์สูงจากการสังเกตุ ประเภท นายพัก รักจำ มากกว่าการศึกษาจากตำรา  ดาวพุธ(๔) สถิตราศีพิจิก ทั้งในดวงราศีจักรและดวงนวางค์จักร  เสวยวรโคตมนวางค์  ทำให้เจ้าชาตาจะเป็นคนเฉลียวฉลาดมาก มีความสามารถในการโน้มน้าวจิตใจคน ทำให้คนประทับใจ พูดจาอ่อนโยน ชอบที่จะศึกษาโหราศาสตร์

  ผลรวมมาตรฐานชีวิต:

ด้านชีวิต

ผลที่ได้รับจากโยคนี้

  การเงิน

ร่ำรวยได้จาก คู่ครอง, หุ้นส่วน, กิจการส่วนตัว, งานใช้วาทศิลป์

  สติปัญญา

ฉลาดเฉียบแหลม เรียนรู้ไว พูดดี เจรจาดี ใช้คำพูดทำเงิน

  มิตรภาพ/หุ้นส่วน

ได้คู่ดี มิตรดี หุ้นส่วนดี เครือข่ายดี

  ความมั่นคง

ทรัพย์ไม่ขาดมือ มีรายได้หลายทาง ไม่ติดขัดยาวนาน

  ความสำเร็จ

มีแรงผลัก มีคุณธรรม มีดวงโอบอุ้ม ให้ผ่านพ้นอุปสรรค

  สรุป   เจ้าชาตาเป็นผู้มี "ดวงเศรษฐีโดยโครงสร้าง" จากการได้ ปริวรรษเกษตรมหาธนะโยค ส่งเสริมทุกด้านในชีวิต ทั้งการเงิน ความสำเร็จ และปัญญา มีโอกาสสร้างทรัพย์ สร้างกิจการ และเติบโตจากการมีคู่ครอง หุ้นส่วน หรือมิตรที่ดีมาก โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับ คำพูด ความรู้ การสื่อสาร และการค้าขาย.

 หลักตีความเมื่อดาวที่ได้ดวงมหาธนะโยค หรือปริวรรษเกษตรเมื่ออยู่ใน ทุสนะภพ

ทุสนะภพมีความหมายเชิงทดสอบ อุปสรรค หรือสิ่งไม่ราบรื่น ดังนี้   




อริ (๖)

ศัตรู, โรคภัย, อุปสรรค

ดาวนั้นแม้เข้าภพศัตรู แต่มีความมั่นคงสูง จึงหมายถึง “มีความสามารถเอาชนะอุปสรรคได้ด้วยความเพียร” หรือ “ศัตรู/คู่แข่งมีความเข้มแข็ง ต้องใช้เวลายาวนานในการจัดการ”

มรณะ (๘)

การสูญเสีย, ความเปลี่ยนแปลงใหญ่

หมายถึง “เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงใหญ่ที่เกิดอย่างมั่นคงและหลีกเลี่ยงยาก” หรือ “ต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงซ้ำ ๆ แต่รอดได้เพราะพื้นฐานดี”

วินาสน์ (๑๒)

ความสูญหาย, ต่างถิ่น, เรื่องลับ

หมายถึง “การจากไปหรือต้องอยู่ไกลที่มั่นคงยาวนาน” เช่น ไปต่างประเทศแล้วปักหลัก หรือทำงานเบื้องหลังที่มั่นคง, ในเชิงลบอาจหมายถึง “ติดอยู่ในภาวะถูกจำกัดแบบยาวนาน”

“ดาวที่เป็นมหาธนะโยค หรือปริวรรษเกษตรในทุสนะภพ หมายถึงเรื่องร้ายหรืออุปสรรคที่ไม่ใช่สิ่งชั่วคราว แต่จะดำรงอยู่ยาวนาน หรือเป็นเรื่องที่ต้องเผชิญซ้ำ ๆ อย่างมั่นคง หากดาวเป็นศุภเคราะห์จะพลิกสถานการณ์ร้ายให้เป็นคุณได้ในระยะยาว แต่ถ้าเป็นบาปเคราะห์จะกลายเป็นปัญหาหนักที่ฝังลึกและใช้เวลานานกว่าจะแก้ไข”

ตารางพยากรณ์ดาวปริวรรษเกษตรในทุสนะภพ

ภพ

ความหมายหลัก

คำพยากรณ์ดาวปริวรรษเกษตรสถิต

ตัวอย่างดาวจริง

อริ (๖)

ศัตรู, โรคภัย, อุปสรรค, งานแข่งขัน

ถ้าดาวเป็นศุภเคราะห์ → มั่นคงแม้มีศัตรู, ต่อสู้ยาวนานแต่สำเร็จ, ทำงานที่ต้องใช้ความอดทน/แก้ปัญหาซ้ำ ๆ

  ถ้าดาวเป็นบาปเคราะห์ → อุปสรรคเรื้อรัง, ศัตรู/คู่แข่งแข็งแรง, โรคประจำตัวอยู่ยาว

เช่น ดาวศุกร์(๖) ปริวรรษเกษตร สถิตอริ → งานคู่แข่งสูงแต่รายได้มั่นคง, ความรักมักมีปัญหาแต่ไม่เลิกง่าย

มรณะ (๘)

การสูญเสีย, การเปลี่ยนแปลงใหญ่, เรื่องมรดก, จบ–เริ่มใหม่

  ศุภเคราะห์ → เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่นำไปสู่ความมั่นคง, ปรับตัวเก่ง, รอดพ้นจากวิกฤติซ้ำ ๆ

  บาปเคราะห์ → การสูญเสียซ้ำ, ภาวะบังคับให้เปลี่ยนชีวิต, ทุกข์ยาวนานก่อนลงหลักปักฐาน

เช่น ดาวพุธ(๔) ปริวรรษเกษตร สถิตมรณะ → เปลี่ยนอาชีพบ่อยแต่ลงตัวในระยะยาว, อาจได้ทรัพย์จากการสิ้นชีวิตของผู้อื่น

วินาสน์ (๑๒)

ความสูญหาย, ต่างถิ่น, เรื่องลับ, การอยู่เบื้องหลัง

  ศุภเคราะห์ → ไปต่างถิ่นแล้วตั้งหลักมั่นคง, งานเบื้องหลังมั่นคง, มีความลับที่เก็บรักษาได้ยาวนาน

  บาปเคราะห์ → การติดอยู่ในสภาพถูกจำกัดนาน, ความสัมพันธ์ลับที่ยาวนานและยากจะเลิก, การสูญหายเรื้อรัง

เช่น ดาวอาทิตย์(๑) ปริวรรษเกษตร สถิตวินาสน์ → ชีวิตเกี่ยวข้องกับต่างประเทศหรืองานลับต่อเนื่องยาวนาน

หลักการอ่านประกอบ

  1. ดูความเป็นศุภเคราะห์–บาปเคราะห์
    • ศุภเคราะห์ในทุสนะ + ปริวรรษเกษตร = "ร้ายกลายเป็นดีในระยะยาว"
    • บาปเคราะห์ในทุสนะ + ปริวรรษเกษตร = "ร้ายเรื้อรัง ยาวนาน"
  2. ดูภพกำเนิดของดาวนั้น
    • ถ้าเป็นเจ้าเรือนดี (ตนุ, กดุมภะ, ศุภะ, กัมมะ, ลาภะ) ผลดีมากขึ้น
    • ถ้าเป็นเจ้าเรือนร้าย (อริ, มรณะ, วินาสน์) จะตอกย้ำเรื่องร้าย
  3. พิจารณาธาตุและคุณภาพในนวางค์จักร
    • ธาตุชั้น 1–2 → เพิ่มคุณภาพดี
    • ธาตุชั้น 3–4 → เพิ่มความรุนแรงของปัญหา

   สรุปแนวโน้มจากเคสจริง

  1. ปริวรรษเกษตรช่วยให้ดาว “อยู่รอด” แม้เข้าเรือนร้าย ผลเสียจะไม่รุนแรงฉับพลัน แต่จะเป็นเรื่องยาวและต่อเนื่อง
  2. ศุภเคราะห์ในทุสนะ + ปริวรรษเกษตร → เรื่องร้ายพลิกเป็นดีในระยะยาว
  3. บาปเคราะห์ในทุสนะ + ปริวรรษเกษตร → ปัญหาเรื้อรัง แต่เจ้าชะตายังรับมือได้เพราะดาวมีแรง
  4. เหตุการณ์มักสัมพันธ์กับความหมายภพเดิมของดาว + ความหมายภพที่สถิต

Read more

หลักแท้ของทำนายดวงชาตาตามระบบธาตุและเรือนชาตาในโหราศาสตร์ไทย

หลักแท้ของทำนายดวงชาตาตามระบบธาตุและเรือนชาตาในโหราศาสตร์ไทย

หลักแท้ของการทำนายโหราศาสตร์ไทยระบบธาตุและเรือนชาตา ท่านอาจารย์บรรเทา จันทร์ศร (อุตรภัทร์) ท่านกล่าวไว้ในหนังสือกลวิธีพิจารณาดวงชาตา ถึงหลักแท้ของการพยากรณ์ดวงชาตา ว่ามีหลักสำคัญเพียง ๓ ประการ คือ  ๑. เรือนชาตาประจำราศี ๒. ดาวเคราะห์ ประจำราศี  ๑๒ ราศี  เริ่มต้นจากราศีเมษ มีดาวเกษตรประจำราศี ดั

อิทธิพลของดาวราหู(๘)จรในภพการเงิน

อิทธิพลของดาวราหู(๘)จรในภพการเงิน

ดาวพระราหู(๘) เป็นดาวที่มีลักษณะของการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น ในเมื่อดาวราหู(๘) โคจรไปภพใด ภพนั้นก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ภายใน ๑ ปี ๖ เดือน  การเปลี่ยนแปลงจะดีหรือไม่ดีก็ขึ้นอยู่กับดาวราหูในดวงชาตาเดิมว่าให้คุณหรือให้โทษ หากในดวงชาตาเดิมดาวราหู(๘) ให้คุณก็เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี หากไม่ให้คุ

วิธีการเรียนโหราศาสตร์ไทย ให้สามารถพยากรณ์ดวงชาตาได้

วิธีการเรียนโหราศาสตร์ไทย ให้สามารถพยากรณ์ดวงชาตาได้

วิธีการเรียนโหราศาสตร์ไทย ให้พยากรณ์ดวงชาตาได้ อย่างมีประสิทธิภาพ   การเรียนรู้วิชาต่าง ๆ ถ้าจะให้สามารถเข้าใจวิชาที่เรียนได้อย่าลึกซึ้ง ถูกต้อง จะต้องมีครู-อาจารย์ที่ดี มีความรู้ในวิชาที่สอนอย่างลึกซึ้ง สามารถให้คำตอบแก่ศิ

ดาวจันทร์(๒) ราชินีแห่งจักรวาล

ดาวจันทร์(๒) ราชินีแห่งจักรวาล

ดาวจันทร์ ราชินีแห่งจักรวาล ดาวจันทร์(๒) ตามคำกลอนที่ว่า รูปจริตทายจันทร์ จากคำกลอนนี้ มีคำที่สำคัญ(Keyword) จำนวน ๒ คำ คือคำว่า รูป กับคำว่า จริต คำว่า รูปร่าง หมายถึงเป็นคนมีรูปร่างสวยงาม หล่อเหลา เป็นคนมีเสน่