หลักแท้ของทำนายดวงชาตาตามระบบธาตุและเรือนชาตาในโหราศาสตร์ไทย
หลักแท้ของการทำนายโหราศาสตร์ไทยระบบธาตุและเรือนชาตา
ท่านอาจารย์บรรเทา จันทร์ศร (อุตรภัทร์) ท่านกล่าวไว้ในหนังสือกลวิธีพิจารณาดวงชาตา ถึงหลักแท้ของการพยากรณ์ดวงชาตา ว่ามีหลักสำคัญเพียง ๓ ประการ คือ
๑. เรือนชาตาประจำราศี



๒. ดาวเคราะห์ ประจำราศี ๑๒ ราศี เริ่มต้นจากราศีเมษ มีดาวเกษตรประจำราศี ดังนี้ ราศีเมษ ดาวอังคาร(๓) ราศีพฤษภ ดาวศุกร์(๖) ราศีมิถุน ดาวพุธ(๔) ราศีกรกฏ ดาวจันทร์(๒) ราศีสิงห์ ดาวอาทิตย์(๑) ราศีกันย์ ดาวพุธ(๔) ราศีตุลย์ ดาวศุกร์(๖) ราศีพิจิก ดาวอังคาร(๓) ราศีธนู ดาวพฤหัส(๕) ราศีมังกร ดาวเสาร์(๗) ราศีกุมภ์ ดาวราหู(๘) ราศีมีน ดาวพฤหัส(๕)

๓. ส่วนประกอบ คือมาตรฐานดาวต่าง ๆ เป็นตัวประกอบเรื่อง ง รวมทั้งภาพรวมของดวงชาตาที่ได้องค์เกณฑ์ อุดมเกณฑ์ ดวงพระจันทร์ตรี ดวงจันทร์ครุสุริยา ดวงปริวรรษเกษตร ดวงพินทุบาทว์
ท่านอาจารย์ได้อธิบายโดยการเปรียบเทียบกับชีวิตของคนเราว่า เปรียบเสมือนละครเรื่องหนึ่ง จะต้องมีเนื้อเรื่อง มีตัวแสดงเรื่อง และมีตัวประกอบเรื่อง คนเราก็เช่นเดียวกัน จะมีเรื่อง มีการแสดงตามเรื่อง และมีตัวประกอบการแสดงเรื่องนั้น เหมือนละคร ท่านอาจารย์บรรเทา จันทร์ศร (อุตรภัทร์) ท่านจึงเปรียบดวงชาตาไว้ดังนี้
๑. เรือนชาตาประจำราศี เป็นตัวเรื่อง
๒. ดาวเคราะห์ที่เป็นดาวเกษตรประจำราศี เป็นตัวแสดงเรื่อง
๓. มาตรฐานดาวต่าง ๆ เป็นตัวประกอบเรื่อง
ท่านอาจารย์บรรเทา จันทร์ศร (อุตรภัทร์) ท่านอธิบายเพิ่มเติมว่า คนเรามีเรื่องอยู่ ๑๒ เรื่อง คือ ตนุ ตัวเอง กดุมภะ - การเงิน สหัชชะ-พี่น้อง/เพื่อน/การติดต่อภายในประเทศ พันธุ(พ่อแม่/ญาติพี่น้อง/ที่ดิน/อสังหาริมทรัพย์) ปุตตะ -บุตร/บริวาร/การเสี่ยงโชค/การทำกิจการใหม่ อริ - ศัตรู/อุปสรรค/โรคภัย/สุขภาพ ปัตนิ -คู่ครอง/หุ้นส่วน/หุ้น/คู่สัญญา มรณะ -สูญเสีย/มรดก/ต่างถิ่น/ต่างแดน/ต่างประเทศ ศุภะ-พ่อ/ผู้ใหญ่/ความมั่นคงในอาชีพการงาน/ต่างประเทศ กัมมะ -การงาน ลาภะ-โชคลาภ วินาสน์ -สูญเสีย/ต่างถิ่น/ต่างแดน/ต่างประเทศ แต่ละเรื่องก็มีตัวสำหรับแสดง ๑๐ ตัว หรือ ๑๐ ดวง มีดาวอาทิตย์(๑) ดาวจันทร์(๒) ดาวอังคาร(๓) ดาวพุธ(๔) ดาวพฤหัส(๕) ดาวศุกร์(๖) ดาวเสาร์(๗) ดาวราหู(๘) ดาวเกตุ(๙) และดาวมฤตยู(๐) ดาวแต่ละดวงก็มีเครื่องแต่งกายประกอบ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ
ใน ๓ เรื่องดังกล่าว เรือนชาตาเป็นสิ่งสำคัญประการแรกของ การทำนาย ถือว่าเป็นหัวใจที่สำคัญของการทำนาย เป็นหลักใหญ่ จะละเลยไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นดวงชาตาเดิม หรือดวงชาตาจร เรือนชาตาจึงเปรียบเป็นตัวเรื่อง คือเรื่องที่จะต้องทำนาย ถ้าเราทิ้งเรือนชาตา จะเอาอะไรไปทำนาย ท่านอาจารย์ย้ำว่า ถ้าอยากเป็นโหร อย่าเอาทักษามาใช้แทนเรือนชาตาเป็นอันขาด เพราะโหราศาสตร์ไทย มีหลายสาขาวิชา แต่ที่เป็นโหราศาสตร์ไทย ถือเอาเรือนชาตาเป็นตัวหลัก ไม่เหมือนกับการดูเลข ๗ ตัว ท่านอาจารย์กล่าวว่า บางคนว่าเวลาจะดูเรื่องสมบัติหรือคู่ครอง ก็ดูดาวศุกร์(๖) ดูงานก็ดาวเสาร์ แบบนี้ ท่านอาจารย์กล่าวว่า ดูแบบไม่มีหลัก โดยทิ้งดาวเจ้าเรือนกดุมภะ(การเงิน) กับเจ้าเรือนกัมมะ(การงาน) เรื่องความหมายของดาวแต่ละดวง เอาไว้ดูลักษณะนิสัยของเรือนชาตานั้น ๆ ว่าอยู่ในราศีประเภทใด เช่น จรราศี สถิตราศี หรือทวิภาวะราศี ในการทำนายดวงชาตาอาจารย์ย้ำว่า อย่ายึดหลักหลายหลัก มันจะฝั้นเฝือ ถือเอาหลักเดียวพอ ตามหลักโหราศาสตร์ไทยดั้งเดิม ถือว่าเป็นหลักที่ผ่านการพิสูจน์ความจริงมาแล้ว จากท่านบูรพาจารย์ ฉะนั้น เมื่อเราจะดูเรื่องต่างๆ ของคนเรา ก็ยึดดาวเจ้าเรือนประจำราศีเป็นหลักในการทำนาย รับว่า คำทำนายจะเป็นของแท้ ไม่ใช่ของเทียม
เมื่อคำนวณดวงชาตามาได้แล้ว เราก็จะได้ลัคนาที่สถิตตามราศีต่าง ๆ เป็นตัวหลักในการทำนาย เราต้องการจะดูเรื่องอะไร ก็จับดาวเจ้าเรือนนั้นขึ้นมาดู คือจะดูเรื่องตัวเอง ก็จับเอาดาวเจ้าเรือนตนุ จะดูเรื่องเงิน สมบัติ ก็จับเอาดาวเจ้าเรือนกดุมภะ นำเอาดาวดวงนั้นมาสัมพันธ์กับดวงชาตา โดยถือหลักว่า “เรือนชาตาเป็นตัวเรื่อง ดาวเจ้าเรือนชาตาเป็นตัวแสดงเรื่อง” ก็สามารถจะทำนายได้ คือ ดาวเจ้าเรือนไปสถิตอยู่ในเรือนชาตาใดของเจ้าชาตา ก็จะแสดงผลออกมาตามความหมายของเรือนชาตานั้น ๆ ตัวอย่างจะดูเรื่องคู่ครอง ก็จับเอาดาวเจ้าเรือนปัตนิมาพิจาราณา

สมมุติว่าเจ้าชาตามีลัคนาสถิตราศีพฤษภ ดาวเจ้าเรือนปัตนิ คือดาวอังคาร(๓) เมื่อดาวอังคาร(๓) ไปอยู่ตามเรือนชาตาต่าง ๆ ทั้ง ๑๒ เรือน ก็สามารถทำนายได้
แล้วจะรู้ได้อย่างไร ว่าจะทายดีหรือทายเสีย ตามหลักโหราศาสตร์ไทยระบบธาตุและเรือนชาตาก็จะต้องวิเคราะห์ก่อนว่าดาวอังคาร(๓) เป็นธาตุ ชั้นอะไร โดยใช้ธาตุตามทักษา มาเปรียบเทียบกับดาวอังคาร(๓) ที่สถิตในดวงราศีจักร หากเป็นธาตุ ชั้น ๑ อสีติธาตุ หรือธาตุ ชั้น ๒ ธาตุคู่มิตร ก็ทายดี หากเป็นธาตุ ชั้น ๔ ธาตุคู่ศัตรู ก็ทายเสีย
ดาวอังคาร(๓)เจ้าเรือนปัตนิลัคน์สถิตภพตนุ ทับลัคนา
ด้านดี เจ้าชาตามักมีเพศตรงข้ามเข้ามาสนใจ คู่ครองเป็นคนใกล้ชิดกันมาก่อน คู่ครองเอาใจใส่และปรนนิบัติดูแลเป็นอย่างดี ทำมาหากินร่วมกับคู่ครองจะประสบความสำเร็จดี คู่ครองเป็นผู้มีอิทธิพลชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ต่อชีวิตของเจ้าชาตาเป็นอย่างมาก ทำอะไรมักต้องร่วมมือกับคนอื่น ร่วมงาน ร่วมหุ้นส่วนกัน จึงจะเจริญรุ่งเรืองดี มีความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย คดีความ การแต่งงานที่เกิดจากความรักและความคุ้นเคยกันมาก่อน
ด้านเสีย ดาวอังคาร(๓)เจ้าเรือนปัตนิกุมลัคน์ มีมาตราฐานเป็นประ แปลว่า ผู้อื่น ดังนั้น เจ้าชาตาได้คู่ที่เคยเสียตัวมาแล้ว หรือเป็นหม้ายมาก่อนได้ เพราะ ปัตนิมีมาตรฐานเป็นประ แปลว่า ผู้อื่น ดังนั้นจึงหมายถึง การมีคู่ครองของผู้อื่น ... ได้เพื่อนของเพื่อนมาเป็นคู่ [ ตั้งลาภะเป็นตนุ ตนุเดิมก็กลายเป็น สหัชชะของลาภะนั่นเอง ] ... มักมีปัญหาที่จู่โจมมาดุจสายฟ้าฟาดให้แก้ไขอยู่เป็นประจำ หรือทายว่า เจ้าชาตาไม่ชอบมีคู่ ชอบอยู่คนเดียว และคู่มักจะมีฐานะชีวิตความเป็นอยู่ต่ำกว่าตน เพราะดาวปัตนิกุมลัคน์ มีมาตรฐานเป็นประ
นอกจากนั้น ดาวเจ้าเรือนชาตาต่อเรือนชาตาสัมพันธ์กัน ข้อความข้างบน เราพูดถึงดาวดวงเดียวเท่านั้น แต่ที่จริงในดวงชาตาจะมีดาวดวงอื่นด้วย การที่ดาวดวงอื่นมาสัมพันธ์กับดาวเจ้าเรือนดวงนั้น เช่น กุม เล็ง โยค ตรีโกณ หรือได้เกณฑ์ต่าง ๆ ย่อมทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อเรือนชาตาที่สัมพันธ์กัน
เช่น ดาวเจ้าเรือนอริ มาสัมพันธ์กับเรือนกัมมะ(การงาน) ก็จะเป็นเหตุให้การทำงานทุกชนิดต้องประสบกับปัญญหาอุปสรรค มีคนคอยรบกวนขัดขวางเสมอ หรือดาวเจ้าเรือนปัตนิ สัมพันธ์กับดาวเจ้าเรือนกัมมะ จะเป็นเหตุคู่ครอง ร่วมกันทำมาหาเลี้ยงชีพเดียวกัน ทำงานสถาที่เดียวกัน
เบ็ดเตล็ดจากเรือนชาตา ท่านอาจารย์กล่าวว่า การพิจารณาทางเรือนชาตานั้น จะต้องหัดทดลองพิจารณาให้มากจนกเกิดความชำนาญ ตัวอย่างเช่น ดวงชาตาราชาเศรษฐี ส่วนมากมีดาวเจ้าเรือนตนุ ไปสถิตเรือนกดุมภะ(การเงิน) แสดงว่าเจ้าชาตาชอบสะสมเงินทองสมบัติ เจ้าเรือนกุมภะ ไปสถิตภพลาภะ แสดงว่าสมบัติเงินทองไหลมาเทมาอย่างไม่หยุดหย่อน ดาวเจ้าเรือนลาภะ มากุมลัคนา เงินไหลมาอยู่กับตัวเอง เป็นปริวรรษเกษตร ปริวรรตเกษตร หมายถึง ดาวเจ้าเรือนเกษตรสลับกันอยู่ตั้งแต่สามราศีขึ้นไป การหมุนวนเป็นวงกลม ของดาวเจ้าเรือนภพหนึ่งไปอยู่อีกภพหนึ่ง และดาวเจ้าเรือนภพนั้น ไปอยู่อีกภพหนึ่งวนไปจนกลับมาที่เดิม และต้องมากกว่า สามภพขึ้นไป ดาวแต่ละดวงจะส่งเสริมซึ่งกันและกัน หากไม่มีดาวดวงใดตกในทุสนะภพ ก็ถือว่าเป็นดวงมหาธนะโยค หรือโยคเศรษฐี จึงทำให้เจ้าชาตาร่ำรวยถึงเป็นเศรษฐีหรือมหาเศรษฐี วิธีฝึกที่ดี ต้องฝีกตีปัญหาให้แตก ก็จะเป็นนักพยากรณ์ที่เก่งได้
สนใจเรียนโหราศาสตร์ไทยระบบธาตุและเรือนชาตา โดยใช้หลักเรือนชาตาเป็นตัวเรื่อง ดาวเจ้าเรือนชาตาเป็นตัวแสดงเรื่อง เรือนชาตามี ๑๒ เรือน จะได้จะเรื่องให้พยากรณ์ ๑๒ เรื่อง ครอบคลุมทุกเรื่องในชีวิตคน อาจารย์เปิดสอนรุ่นที่ ๒๐ วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙ สนใจเรียนเพื่อถามรายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรการเรียนและค่าครูให้อินบ๊อก : m.me/arjarnth