ความหมายของดาวดับและดาวที่ส่งกระแสถึงกัน

ความหมายของดาวดับและดาวที่ส่งกระแสถึงกัน

ดาวดับหมายความว่าอย่างไร และดาวที่ส่งกระแสถึงกันให้คุณและให้โทษอย่างไร 

การเข้ากุมกัน(ทับกัน) ของดาวพระเคราะห์ให้พึงระวังดาวอาทิตย์ (๑) มากที่สุด  เพราะเมื่อโคจรเข้าทับดาวใดจะทำให้ดาวนั้นอับแสงถูกรัศมีของอาทิตย์บดบังไว้  เสมือนเราเงยหน้ามองท้องฟ้าในช่วงเวลากลางวัน  นัยต์ตาของเราไม่สามารถมองดวงดาวบนท้องฟ้าได้      หรือในทำนองเดียวกัน วันที่ดาวจันทร์โคจรเข้าหาพระอาทิตย์ ก็จะเกิดเป็นวันที่พระจันทร์ ดับแสง   ซึ่งในปฏิทินจะเรียกช่วงเวลานั้นว่า วันแรม 15 ค่ำ หรือ วันขึ้น 1 ค่ำ

๑.ดาวจันทร์ ดับ คือจันทร์เข้าไปกุมอาทิตย์เต็มที่มีระดับองศาใกล้กับดาวอาทิตย์ภายใน ๓ องศา  มักเรียกจุดพิเศษนี้ว่า “จุดอามาวสี”  ชะตาใดที่เกิดมาในช่วงที่จันทร์ดับ   ชีวิตมักจะเกิดโรคภัยไข้เจ็บรบกวนอยู่เสมอ ๆ  เป็นบุคคลที่เลี้ยงยาก   มักพลัดพลาดจากบิดามารดา  เมื่อเติบโตในการหาเลี้ยงชีวิตมักต้องต่อสู้กับอุปสรรคต่าง ๆ อย่างหนัก   จึงจะสามารถบันลุผลคุณงามความดีนี้ไปได้

๒.อังคาร ดับ คืออังคารเข้าไปกุมอาทิตย์เต็มที่มีระดับองศาใกล้กับดาวอาทิตย์ภายใน ๓ องศา  ดวงชะตาชายที่เกิดมาในช่วงจังหวะดาวอังคารดับ   มักจะเป็นชะตาชายที่อ่อนแอขาดความอดทน   มองโลกในแง่ร้าย   ถ้าดวงชะตาหญิงที่เกิดมาจังหวะอังคารดับ  ชีวิตคู่ครองไม่สมบูรณ์  มักอาภัพคู่    ยิ่งบุคคลเกิดมาในจังหวะที่ดาวจันทร์ดับและอังคารโคจรร่วมด้วย   จะต้องระวังอุบัติเหตุให้มาก และเกิดการแตกดับด้วยอาการผิดปรกติ

๓.พุธ ดับ ต้องพิจารณาออกเป็น 2 ประเด็น เนื่องจากพุธกับอาทิตย์อยู่ใกล้กันวงโคจรแคบห่างกันไม่เกิน ๒๘ องศา

๑. หากพุธโคจรปกติเดินเข้าอาทิตย์ ระยะใกล้กันภายในระยะ ๓ องศา  ถือว่าพุธดับ  เป็นพุธที่ให้โทษ  ชะตาดังกล่าวจะเป็นพวกโกหกปลิ้นปล้อนเชื่อถือไม่ได้   มีความคิดเห็นผิด ๆ อยู่เสมอ ยิ่งพวกชะตาดาวพุธเป็นดาวที่สำคัญแก่ชะตา เช่นดาวเจ้าเรือนเกษตร  เมื่อพุธดับ ดวงลักษณะนี้เข้าข่ายพวกอาชญากร

  หากพุธโคจรพักร หรือถอยหลังลงมาร่วมองศากับอาทิตย์  ถือว่าพุธนั้นดับเหมือนกันแต่ไม่ให้โทษ เพราะพุธนี้รัศมีการโคจรจะใกล้โลกมาก  ดังนั้นชะตาจึงเป็นคนฉลาด เลห์เหลี่ยมชั้นเชิงสูง  มีเชิงในการพูดจา  ปฏิภาณไว้พริบปราดเปรื่องว่องไว

๔.พฤหัส ดับ  พฤหัสเข้าไปกุมอาทิตย์เต็มที่มีระดับองศาใกล้กับดาวอาทิตย์ภายใน ๓ องศา  ซึ่งในปีหนึ่งจะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว  ชะตาใดที่เกิดมาพฤหัสดับเป็นบุคคลที่อาภัพ  ไร้ผู้ใหญ่อุปถัมภ์  ต้องสร้างพลังให้ตนเองอยู่เสมอ  ทำสิ่งใด ๆ ที่ดีไม่ค่อยขึ้น  เปรียบเสมือนคนทำดีแต่ต้องค่อยปิดทองหลังพระเสมอ  ผลงานตนถูกคนอื่นเอาไปใช้

๕. ศุกร์ ดับ  พิจารณาเยี่ยงเดียวกับดาวพุธ เนื่องจากวงโคจรดาวศุกร์แคบ ไม่เกิน ๔๘ องศา  เมื่อศุกร์โคจรปรกติแล้วเข้าร่วมกับอาทิตย์ ศุกร์ดับ ถือว่าชะตานั้นหาความสุขทางใจได้ยาก  แม้มีเงินทองท่วมตัวก็เปล่าประโยชน์  มีความรักก็ไม่เหมือนปรกติแบบคนอื่นเขา   หรือมีคู่ก็ต้องเคยผ่านมือคนอื่นมาก่อนแล้ว  แต่ถ้าหาศุกร์นั้นเดินพักรถอยหลังแล้วร่วมราศีกับอาทิตย์ ศุกร์ดับ กับเป็นศุกร์ที่ให้คุณเพราะดาวศุกร์ใกล้โลก  เป็นดวงชะตาเกิดมาชอบงานศิลปิน  เป็นคนมีเสน่ห์  เป็นบุคคลที่ชอบงานสังคม มีเสน่ห์นิยมดี

๖.เสาร์ ดับ เสาร์เข้าไปกุมอาทิตย์เต็มที่มีระดับองศาใกล้กับดาวอาทิตย์ภายใน ๓ องศา  ซึ่งในปีหนึ่งจะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว  ชะตาใดที่เกิดมาเสาร์ดับเป็นบุคคลที่มองโลกในแง่ร้ายเสมอ  นิสัยเฉื่อยชา  ขี้ลังเล  สุขภาพไม่ดี  มักจะเป็นเหยื่อให้กับผู้อื่นเผาพลาญ  หาความสุขกับชีวิตไม่ได้

๗. ราหู กับ อาทิตย์ เมื่อดาวทั้งสองโคจรที่มีระดับองศาใกล้กันภายใน ๓ องศา   ดวงชะตามักมีอุบัติเหตุขึ้นมาในจังหวะนี้  เป็นดวงชะตาร้อนที่อยู่   อยู่ที่ไหนไม่อดทน   มีการเปลี่ยนที่ทำงานอยู่บ่อย  อาภัพบิดา มักจะพลัดพรากจากกัน 

ดาวที่ส่งกระแสถึงกัน มีความหมายอย่างไร (แนวทางการศึกษาโหร อ.เทพย์ สาริกบุตร)

  ทฤษฎีตำแหน่งสัมพันธ์ เป็นทฤษฎีที่สำคัญยิ่งทฤษฎีหนึ่งในการพยากรณ์ทางโหราศาสตร์ เป็นทฤษฎีที่นักศึกษาทุกท่านมีความคุ้นเคยเป็นอย่างดี แต่บางท่านไม่รู้จัก จึงใคร่ขอถือโอกาสนี้นำเอาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทฤษฎีนี้มาเล่ากันฟัง พอเป็นสังเขป เพื่อนักศึกษาที่สนใจจะได้ใช้เป็นแนวทางในการศึกษาของท่านสืบไป         "สิ่ง" ที่วิชาโหราศาสตร์เรียกว่า "ตำแหน่งสัมพันธ์" นั้น คือ ลักษณะเชิงมุมที่ดาวพระเคราะห์หรือปัจจัยต่างๆ ในวิชาโหราศาสตร์กระทำต่อกัน ซึ่งจำแนกออกเป็นพวกใหญ่ๆ ได้ 2 พวก คือ

            พวกที่ 1 เรียกว่า "ตำแหน่งสัมพันธ์ทางราศี" ภาษาต่างประเทศเรียกว่า Mundanaspekt เป็นลักษณะเชิงมุมหยาบๆ ไม่ต้องคำนึงถึงสมผุสของดาวพระเคราะห์ หรือปัจจัยสัมพันธ์ที่มีต่อกัน กล่าวคือ

            ดาวพระเคราะห์สถิตในราศีเดียวกัน เรียกว่า (มีตำแหน่งสัมพันธ์) กุมกัน

                ดาวพระเคราะห์ที่สถิตเป็นสามแก่กัน เรียกว่า (มีตำแหน่งสัมพันธ์) โยค กัน

               ดาวพระเคราะห์สถิตเป็นสี่แก่กัน เรียกว่า (มีตำแหน่งสัมพันธ์) จตุโกณ กัน

               ดาวพระเคราะห์สถิตเป็นห้าเป็นเก้า เรียกว่า (มีตำแหน่งสัมพันธ์) ตรีโกณ กัน

               ดาวพระเคราะห์สถิตเป็นเจ็ดแก่กัน เรียกว่า (มีตำแหน่งสัมพันธ์) เล็ง กัน

                พวกที่ 2 เรียกว่า "ตำแหน่งสัมพันธ์ทางองศา" ภาษาต่างประเทศเรียกว่า Aspekt เฉยๆ เป็นตำแหน่งสัมพันธ์ที่ต้องคำนึงถึงสมผุสของดาวพระเคราะห์หรือปัจจัยที่มีลักษณะเชิงมุมต่อกันด้วย  

                ดาวพระเคราะห์ทำมุม 0 องศากัน เรียกว่า (มีตำแหน่งสัมพันธ์) กุม กัน

                ดาวพระเคราะห์ทำมุม 60 องศากัน เรียกว่า (มีตำแหน่งสัมพันธ์) โยค กัน

               ดาวพระเคราะห์ทำมุม 90 องศากัน เรียกว่า (มีตำแหน่งสัมพันธ์) จตุโกณ กัน

               ดาวพระเคราะห์ทำมุม 120 องศากัน เรียกว่า (มีตำแหน่งสัมพันธ์) ตรีโกณ กัน

               ดาวพระเคราะห์ทำมุม 180 องศากัน เรียกว่า (มีตำแหน่งสัมพันธ์) เล็ง กัน 

         คุณสมบัติทางโหราศาสตร์ของตำแหน่งสัมพันธ์ทั้ง 2 พวกนี้ เหมือนกันทุกประการ แต่ความแน่นอนในการพยากรณ์ย่อมจะสู้ตำแหน่งสัมพันธ์พวกที่ 2 คือตำแหน่งสัมพันธ์ทางองศา  เพราะได้คำนึงโดยละเอียดจนถึงสมผุสของดาวพระเคราะห์หรือปัจจัยที่มีตำแหน่งสัมพันธ์กันด้วย

          เกี่ยวกับคุณสมบัติทางโหราศาสตร์ของตำแหน่งสัมพันธ์นี้ ในชั้นต้น เพื่อความง่ายแก่การจดจำ เขาจะกำหนดความร้ายดีของคุณสมบัติของตำแหน่งสัมพันธ์ไว้ดังนี้

         ตำแหน่งสัมพันธ์ กุม อาจให้คุณหรือให้โทษก็ได้ (แล้วแต่คุณสมบัติทางโหราศาสตร์ของดาว)

         ตำแหน่งสัมพันธ์ โยค ให้คุณ

         ตำแหน่งสัมพันธ์ จตุโกณ ให้คุณก็จะให้คุณมาก ให้โทษก็ให้โทษมาก

          ตำแหน่งสัมพันธ์ ตรีโกณ ให้คุณ

          ตำแหน่งสัมพันธ์ เล็ง ให้โทษ หรือให้คุณ ก็ได้ 

Read more

ดาวเสาร์(๗) เล็งลัคนา ให้โทษแก่เจ้าชาตาจริงหรือ

ดาวเสาร์(๗) เล็งลัคนา ให้โทษแก่เจ้าชาตาจริงหรือ

ดาวเสาร์(๗)   เล็งลัคน์ ให้โทษแก่เจ้าชาตาจริงหรือ จากโคลงดาวที่ได้ตำแหน่งเป็นพินทุบาทว์ว่า  “เสาร์เพ่งเล็งลัคน์แล้ว  อสุรา ภุมเมนท์อัษฎา   ว่าไว้ จันทร์เป็นสิบเอ็ดแก่รา-  หูเล่า อาภัพอัปภาคย์ให้  โทษแท้ประเหิ

วันไหว้ครูโหราศาสตร์ไทย ๒๕๖๙

วันไหว้ครูโหราศาสตร์ไทย ๒๕๖๙

ครูโหรสอนศาสตร์ตำราเก่า  เรือนชาตาเป็นตัวเรื่องเนื่องวิถี ดาวเจ้าเรือนชาตาเป็นตัวแสดงมี  ดำเนินบทชีวีตามแรงดาว หนึ่งตนุเรื่องตัวตนยลอัธยาศัย   สองกดุมภ์ทรัพย์สินได้หรือร้าว สามสหัชชะพี่น้องเพื่อนพราว  สี่พันธุความเป็นคราวบ้านเรือน ห้าปุ

ดวงมหาธนะโยค หรือโยคเศรษฐี  หรือดวงปริวรรษเกษตร

ดวงมหาธนะโยค หรือโยคเศรษฐี หรือดวงปริวรรษเกษตร

ดวงมหาธนะโยค หรือโยคเศรษฐี  หรือดวงปริวรรตเกษตร หมายถึง ดาวเจ้าเรือนเกษตรสลับกันอยู่ตั้งแต่สามราศีขึ้นไป การหมุนวนเป็นวงกลม ของดาวเจ้าเรือนภพหนึ่งไปอยู่อีกภพหนึ่ง และดาวเจ้าเรือนภพนั้น ไปอยู่อีกภพหนึ่งวนไปจนกลับมาที่เดิม และต้องมากกว่า สามภพขึ้นไป  ดาวแต่ละดวงจะส่งเสริมซึ่งกันและกั

หลักแท้ของทำนายดวงชาตาตามระบบธาตุและเรือนชาตาในโหราศาสตร์ไทย

หลักแท้ของทำนายดวงชาตาตามระบบธาตุและเรือนชาตาในโหราศาสตร์ไทย

หลักแท้ของการทำนายโหราศาสตร์ไทยระบบธาตุและเรือนชาตา ท่านอาจารย์บรรเทา จันทร์ศร (อุตรภัทร์) ท่านกล่าวไว้ในหนังสือกลวิธีพิจารณาดวงชาตา ถึงหลักแท้ของการพยากรณ์ดวงชาตา ว่ามีหลักสำคัญเพียง ๓ ประการ คือ  ๑. เรือนชาตาประจำราศี ๒. ดาวเคราะห์ ประจำราศี  ๑๒ ราศี  เริ่มต้นจากราศีเมษ มีดาวเกษตรประจำราศี ดั