วิธีการเรียนโหราศาสตร์ไทย ให้สามารถพยากรณ์ดวงชาตาได้
วิธีการเรียนโหราศาสตร์ไทย ให้พยากรณ์ดวงชาตาได้ อย่างมีประสิทธิภาพ
การเรียนรู้วิชาต่าง ๆ ถ้าจะให้สามารถเข้าใจวิชาที่เรียนได้อย่าลึกซึ้ง ถูกต้อง จะต้องมีครู-อาจารย์ที่ดี มีความรู้ในวิชาที่สอนอย่างลึกซึ้ง สามารถให้คำตอบแก่ศิษย์ในทุกคำถาม มีการถ่ายทอดความรู้ในวิชานั้น ๅ อย่างไม่ปิดบัง ทำให้ศิษย์ มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องที่เรียนได้อย่างถูกต้อง สามารถนำไปใช้และพัฒนาตนเองให้มีความรู้มากยิ่งขึ้น
ท่านอาจารย์บรรเทา จันทร์ศร (อุตรภัทร) ท่านได้กล่าวไว้ว่า การศีกษาวิชาโหราศาสตร์ หมายถึงการศึกษาเรื่อง ดวงดาว ที่แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ
๑.ดาวฤกษ์ ได้แก่ ดาวที่เป็นกลุ่มดาวนักษัตร ๒๗ หมู่ อันมีดาวอัศวิณี(ดาวม้า) เป็นกลุ่มที่ ๑ จนถึงหมูดาว เรวดี(ปลาตะเพียน เป็นกลุ่มที่ ๒๗ และกลุ่มดาว ๑๒ ราศี อันมีกลุ่ม ดาวราศีเมษ(แพะ) เป็นกลุ่มที่ ๑ จนถึงกลุ่มดาวราศีมีน(ปลา) เป็นกลุ่มที่ ๑๒ โดยแบ่งออกเป็น ราศี ตรียางค์และนวางค์ ใช้ในการให้ฤกษ์ในงานมงคลต่าง ๆ
๒.ดาวเคราะห์ ซึ่งมีดาวอาทิตย์(๑) เป็นหัวหน้า เพราะเป็นเจ้าของระบบสุริยจักรวาล และดาวอื่น ๆ ที่เป็นบริวารของดาวอาทิตย์(๑) อันมีดาวพุธ(๔) ดาวศุกร์(๖) โลก(ดาวจันทร์(๒) ดาวราหู(๘) ดาวเกตุ(๙) ) ดาวอังคาร(๓) ดาวพฤหัส(๕) ดาวเสาร์(๗) ดาวมฤตยู(๐) ดาวเนพจูน(น)และดาวพลูโต ก็มีการจัดคุณภาพของดาวแต่ละดวง เช่น เกษตร อุจ ฯลฯ โยค เกณฑ์ ใช้ในการพยากรณ์ดวงชาตา
ฉะนั้น ในการศึกษาโหราศาสตร์ไทย ก็จะศึกษาใน ๒ เรื่อง ดังกล่าว เป็นสำคัญ
การพยากรณ์ดวงชาตามี ๒ อย่าง คือ การพยากรณ์ดวงชาตาเดิม และการพยากรณ์ดวงชาตาจร
ในการพยากรณ์ดวงชาตาเดิม หลังจากคำนวณดวงชาตาตามวันที่เกิด เวลาเกิด สถานที่เกิดและสถานที่อยู่ปัจจุบัน แล้ว ได้ลัคนาว่าลัคนาสถิตราศีอะไร เป็นดวงราศีจักร จะเป็นจุดเริ่มต้นของการวิเคราะห์ดวงชาตาเดิม ในดวงราศีจักรดาวที่เราเห็นดวงราศีจักร เรียกว่า ดาวเรือนนอก จะมีดาวอีกชุดหนึ่งที่เรามองไม่เห็น ในดวงราศีจักร คือดาวเรือนใน หรือดาวเกษตรประจำราศีทั้ง ๑๒ ราศี
จุดที่สำคัญ ผู้ที่เรียนโหราศาสตร์ไทย ที่เรียนแล้วสามารถพยากรณ์ดวงชาตาเดิมได้ จะต้องเข้าใจใน ๒ เรื่อง คือ
๑. ความรู้เรื่องธาตุ นับว่าเป็นเพชรเม็ดเอกของโหราศาสตร์ไทย ธาตุในระบบโหราศาสตร์ไทย แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือธาตุตามทักษา และธาตุตามจักรราศี
๒.๑. ธาตุตามทักษามีดังนี้ ดาวอาทิตย์(๑) และดาวเสาร์(๗) เป็นธาตุไฟ ดาวจันทร์(๒) และดาวพฤหัส(๕) เป็นธาตุดิน ดาวอังคาร(๓) และดาวราหู(๘) เป็นธาตุลม ดาวพุธ๔) และดาวศุกร์(๖) เป็นธาตุน้ำ

ธาตุตามทักษาต้องจำให้ได้
๒.๒. ธาตุตามจักรราศี เริ่มจากราศีเมษ ธาตไฟ ราศีพฤษภ ธาตดิน ราศีมิถุน ธาตุลม ราศีกรกฎ ธาตุน้ำ
ราศีสิงห์ ธาตุไฟ ราศีกันย์ ธาตุดิน ราศีตุลย์ ธาตลม ราศีพิจิก ธาตุน้ำ ราศีธนู ธาตุไฟ ราศีมังกร ธาตุดิน ราศีกุมภ์ ธาตุลม ราศีมีน ธาตุน้ำ
วิธีจำ เริ่มจากราศีเมษ ไฟ - ดิน - ลม - น้ำ , ไฟ - ดิน - ลม- น้ำ, ไฟ - ดิน - ลม - น้ำ

ธาตุประจำราศี ๑๒ ราศี ต้องจำให้ได้
การวิเคราะห์ ดวงชาตาเดิมใช้ธาตุตามทักษาน้ำมาเปรียบเทียบกับธาตุตามจักรราศี

การวิเคราะห์ดวงชาตาเดิมว่าเป็นธาตุ ชั้น อะไร ในธาตุ ๔ ชั้น
โดย นำธาตุตามทักษามาเปรียบเทียบธาตุตามจักรราศี ว่าเป็นธาตุชั้นอะไร ในธาตุ ๔ ชั้น เช่น
ดาวอาทิตย์(๑) และดาวเสาร์(๗) ธาตุไฟ มาสถิตราศีเมษ ธาตุไฟ ฉะนั้น ดาวอาทิตย์(๑) และดาวเสาร์(๗) เป็นธาตุ ชั้น ๑ อสีติธาตุ ให้คุณแก่เจ้าชาตามาก

อาทิตย์(๑) และดาวเสาร์(๗) ธาตุไฟ มาสถิตราศีพฤษภ ธาตุดิน ฉะนั้น ดาวอาทิตย์(๑) และดาวเสาร์(๗) เป็นธาตุชั้น ๓ ธาตุเป็นกลาง
อาทิตย์(๑) และดาวเสาร์(๗) ธาตุไฟ มาสถิตราศีมิถุน ธาตุลม ฉะนั้น ดาวอาทิตย์(๑) และดาวเสาร์(๗) เป็นธาตุชั้น ๒ ธาตุคู่มิตร ให้คุณแก่เจ้าชาตา
อาทิตย์(๑) และดาวเสาร์(๗) ธาตุไฟ มาสถิตราศีกรกฎ ธาตุน้ำ ฉะนั้น ดาวอาทิตย์(๑) และดาวเสาร์(๗) เป็นธาตุชั้น ๔ ธาตุคู่ศัตรู ไม่ให้คุณแก่เจ้าชาตา
ในการพยากรณ์ดวงชาตาเดิม ใช้หลักว่าเรือนชาตาเป็นตัวเรื่อง ดาวเจ้าเรือนชาตาเป็นตัวแสดงเรื่อง ฉะนั้น จะมีเรื่องให้พยากรณ์อยู่ ๑๒ เรื่อง เริ่มจากเรือนตนุ กดุมภะ สหัชชะ พันธุ ปุตตะ อริ ปัตนิ มรณะ ศุภะ กัมมะ ลาภะ และวินาสน์
ลัคนาสถิตราศีใด ดาวเจ้าเรือนที่ลัคนาสถิตอยู่ เป็นดาวเจ้าเรือนตนุลัคนา เป็นตัวเรื่องที่จะพยากรณ์ ดาวเจ้าเรือนตนุลัคนา ไปสถิตเรือนใด ก็จะแสดงเกี่ยวกับเรื่องนั้น เช่น ตนุ ไปสถิตเรือนกดุมภะ(การเงิน) จะพยากรณ์ว่า ดีหรือไม่ดี จะต้องตรวจสอบดาวดวงนั้น โดยใช้ระบบธาตุในการตรวจสอบ หากตรวจสอบแล้ว เป็นธาตุ ชั้น ๑ อสีติธาตุ ธาตุชั้น ๒ ธาตุคู่มิตร ให้คุณแก่เจ้าชาตา หากเป็นธาตุ ชั้น ๓ ธาตุเป็นกลาง ให้ตรวจสอบมาตรฐานของดาวดวงนั้น ว่าได้มาตรฐานดีไหม หากได้มาตรดี จะเปลี่ยนจากธาตุ ชั้น ๓ ธาตุเป็นกลาง กลายเป็นธาตุ ชั้น ๒ ธาตุคู่มิตร ให้คุณแก่เจ้าชาตา หากเป็นธาตุ ชั้น ๔ ธาตุคู่ศัตรู ให้โทษแก่เจ้าชาตา ให้ทายเสีย
ในการพยากรณ์ว่าดีหรือเสียอย่างไร ให้ยึดถือหลักว่า เรือนชาตาเป็นตัวเรื่อง ดาวเจ้าเรือนชาตาเป็นตัวแสดงเรื่อง ในการพยากรณ์ หากเจ้าชาตามีลัคนาสถิตราศีเมษ ดาวเจ้าเรือนตนุลัคนา คือดาวอังคาร(๓) ไปสถิตราศีมิถุน ภพสหัชชะ ในการวิเคราะห์ ดาวอังคาร(๓) ตามทักษาเป็นธาตุลม ไปสถิตราศีมิถุน ธาตุลม ฉะนั้น ดาวอังคาร(๓) เป็นธาตุ ชั้น ๑ อสีติธาตุ ให้คุณแก่เจ้าชาตามาก ก็จะพยากรณ์ดว่า เจ้าเรือนตนุไปอยู่เรือนสหัชชะ เจ้าชาตาเป็นคนค่อนข้างจะมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี เข้ากับคนได้ง่าย เป็นคนที่มีเพื่อนฝูงมาก เป็นนักสังคมสงเคราะห์ เหมาะแก่การเป็นกำลังงานชั้นสมองของห้างหุ้นส่วน บริษัท เหมาะแก่การทำงานสังคมสงเคราะห์บุคคลทั่วๆ ไป มีการเดินทางติดต่อธุรกิจ มีญาติมิตรสหายติดต่อกันอยู่เสมอๆ ชอบการติดต่อ การสื่อสาร โทรศัพท์ การสังสรรค์ การสมาคม การเจรจา การประชาสัมพันธ์ การโฆษณา การทูต การโต้วาที มีจิตใจเจริญ สมองพัฒนา รักการศึกษา
แต่ถ้าดาวอังคาร(๓) ไปสถิตราศีพฤษภ ภพกดุมภะ(การเงิน ดาวอังคาร(๓) ดาวอังคาร(๓) ตามทักษาเป็นธาตุลม ไปสถิตราศีพฤษภ ธาตุดิน ฉะนั้น ดาวอังคาร(๓) เป็นธาตุ ชั้น ๔ ธาตุคู่ศัตรู ให้โทษแก่เจ้าชาตา ก็จะพยากรณ์ว่า เจ้าชาตาจะเป็นคนโลภ โมโทสัน คิดแต่จะหาเงินอย่างเดียว ไม่เกี่ยงต่อวิธีการที่จะได้มันมา จนอาจเกิดความผิดพลาด เกี่ยวกับเรื่องการเงิน เช่น เกิดหนี้สินขึ้นมาในเรื่องการเงิน ทุจริตในเรื่องการเงิน ทำงานที่ไหนให้เงินเดือนมากกว่าก็จะออกจากที่เก่าโดยทันที แบบไม่ต้องคิดมาก รวมๆแล้วเกิดเรื่องเสื่อมเสียต่างๆขึ้นได้ในเรื่องการเงิน
ในการวิเคราะห์ว่าเป็นธาตุ ชั้นอะไร ใช้ธาตุตามทักษามาเปรียบเทียบกับธาตุตามจักรราศี
ตัวอย่างในการวิเคราะห์ดวงชาตาเดิม ว่าเป็นธาตุ ชั้นอะไร ในธาตุ ๔ ชั้น เราใช้ธาตุตามทักษา มาผสมกับธาตุตามจักราศี


๑. ดาวอาทิตย์(๑) ตามทักษาเป็นธาตุไฟ มาสถิตราศีสิงห์ ธาตุไฟ ฉะนั้น ดาวอาทิตย์ เป็นธาตุ ชั้น ๑ อสีติธาตุ ให้คุณแก่เจ้าชาตามาก

๒. ดาวจันทร์(๒) ตามทักษาเป็นธาตุดิน มาสถิตราศีกรกฎ ธาตุน้ำ ฉะนั้น ดาวจันทร์(๒) เป็นธาตุ ชั้น ๒ ธาตุคู่มิตร

๓. ดาวอังคาร(๓) ตามทักษาเป็นธาตุลม สถิตราศีตุลย์ ธาตุ ลม ฉะนั้น ดาวอังคาร(๓) เป็นธาตุ ชั้น ๑ อสีติธาตุ ให้คุณแก่เจ้าชาตามาก

๔.ดาวพุธ(๔) ตามทักษาเป็นธาตุน้ำ สถิตราศีกรกฎ ธาตุน้ำ เป็นธาตุ ชั้น ๑ อสีติธาตุ ให้คุณแก่เจ้าชาตามาก

ฝึกว่าเป็นธาตุชั้น อะไรในธาตุ ๔ ชั้น
๕.ดาวพฤหัส(๕)

๖.ดาวศุกร์(๖)

๗. ดาวเสาร์(๗)

๘. ดาวราหู(๘)
นอกจากจะได้วิเคราะห์ดาวแต่ละดวงเป็นธาตุ ชั้นอะไร ในธาตุ ๔ ชั้นแล้ว ดาวเกษตร ๑๒ ราศี ต้องจำให้ได้ เพราะเป็นหัวใจสำคัญในการวิเคราะห์โหราศาสตร์ไทย ระบบธาตุและเรือนชาตา

ดาวเกษตร ประจำราศีทั้ง ๑๒ ราศี จะเป็นตัวแสดงภพหรือแสดงความเป็นไปของเรือนชาตาที่ภาษาโหรเรียกว่า ดาวเจ้าเรือนชาตา สมมุติว่าลัคนาราศีเมษ ดาวอังคาร(๓) เป็นดาวเจ้าเรือนตนุ ดาวศุกร์(๖) เป็นดาวเจ้าเรือนกดุมภะ ดาวพุธ(๔) เป็นดาวเจ้าเรือนสหัชชะ ดาวจันทร์(๒) เป็นดาวเจ้าเรือนพันธุ ดาวอาทิตย์(๑) เป็นดาวเจ้าเรือนปุตตะ ฯลฯ จนถึง ดาวพฤหัส(๕) เป็นดาวเจ้าเรือนวินาสน์
ท่านอาจารย์บรรเทา จันทร์ศร(อุตรภัทร) ท่านกล่าวว่า ถ้าเปรียบชีวิตคนเป็นเหมือนละคร เรือนชาตาเป็นตัวเรื่อง ดาวเจ้าเรือนชาตาเป็นตัวแสดงเรื่อง และเรื่องที่แสดงก็มีเพียง ๑๒ เรื่อง
จุดสำคัญ ก็ดูว่า ดาวเจ้าเรือนชาตาไปสถิตอยู่ในภพใด ก็เอาภพ ๒ ภพ มาผสมกัน แล้วจะได้คำพยากรณ์ออกมา เช่น เจ้าเรือนตนุลัคนา ไปสถิตในเรื่อนพันธุ กับดาวเจ้าเรือนพันธุ มาสถิตภพตนุ ก็พยากรณ์ว่า
ดาวเจ้าเรือนตนุไปอยู่เรือนพันธุ หากเป็นธาตุ ชั้น ๑ อสีติธาตุ หรือเป็นธาตุ ชั้น ๒ ธาตุคู่มิตร ให้ ทายดี เจ้าชะตาเป็นที่มีอุดมการณ์มีเจตนารมณ์ที่สูงและเป็นผู้ที่จะต้องแบกรับภาระอย่างมากในการก่อร่างสร้างตัว และสร้างฐานะหลักฐาน บ้านช่อง ที่ดิน ยานพาหนะ เป็นนักสร้างสรรค์ ชอบทำการค้า ธุรกิจเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดิน ซื้อขายที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ บ้าน ร้านค้า อาคาร ยานพาหนะต่างๆ มีจิตใจมั่นคง เป็นที่พึ่งพาอาศัยของผู้อื่น มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อบุคคลทั่วๆ ไป ได้รับผลดีเกี่ยวกับบ้านช่อง อาคาร ที่ดิน พ่อแม่ให้คุณประโยชน์ มีความสำเร็จในชีวิตรัก ญาติ พี่น้อง รักวงศ์ตระกูล รักเผ่าพันธุ์ สืบทอดธุรกิจการงานจากบรรพบุรุษ มีมรดกตกทอด
ดาวเจ้าเรือนตนุไปอยู่เรือนพันธุ เป็นธาตุชั้น ๔ ธาตุคู่ศัตรู ให้ทายเสีย ว่า เจ้าชาตามักมีความอึดอัดในการดำรงชีวิต ภาระเรื่องบ้าน ครอบครัว ที่อยู่อาศัย หรือญาติพี่น้อง กลายเป็นภาระหนักที่ต้องแบกรับด้วยตนเอง ด้วยความตั้งใจมุ่งมั่นที่จะสร้างรากฐานชีวิต ให้ครอบครัวมีหลักฐานและฐานะมั่นคง เจ้าชาตาจึงทุ่มเทกำลังกายกำลังใจเกินควร จนเกิดความเครียด ความกดดัน และความวิตกกังวลสะสม ผลจากความตึงเครียดดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเจ้าชาตา มักเกิดโรคภัยที่ต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง มีลักษณะเรื้อรัง ยืดเยื้อ หรือหายช้า เป็นเหตุให้เสียเวลา เสียกำลัง และเสียทรัพย์ในการดูแลรักษาตนเอง
ดาวเจ้าเรือนพันธุลัคน์สถิตภพตนุ หากเป็นธาตุ ชั้น ๑ อสีติธาตุ หรือธาตุ ชั้น ๒ ธาตุคู่มิตร ให้ทายด้านดี เจ้าชาตาได้ทรัพย์สมบัติจากบรรพบุรุษ โชคดีเกี่ยวกับที่ดิน บิดามารดามีมรดกตกทอด ถ่ายทอดนิสัยมาจากพ่อแม่ บิดามารดาอยู่กับตนเอง มีความสนใจในเรื่องบ้านที่อยู่ ที่พักอาศัย เป็นผู้มีความสามารถ ตั้งเนื้อตั้งตัวได้ เหมาะแก่อาชีพจัดสรรที่ดิน และอาคาร เป็นประธาน ผู้จัดการ เป็นผู้บังคับบัญชา ปกครองคน เป็นคหบดี มียานพาหนะ บ้านที่ดินเป็นของตนเอง หรือหามาได้เอง เจ้านายผู้บังคับบัญชามักให้ความอุปการะช่วยเหลือเจ้าชาตา
ดาวเจ้าเรือนพันธุลัคน์สถิตภพตนุ เป็นธาตุ ชั้น ๔ ธาตุคู่ศัตรู ให้ทาย ด้านเสียว่า เจ้าชาตามักมีญาติพี่น้องหรือเครือญาติใกล้ชิด มาเบียดเบียน กดดัน หรือสร้างภาระทางใจอยู่เนือง ๆ แก่เจ้าชาตา ความผูกพันในครอบครัวกลับกลายเป็นพันธนาการ มากกว่าที่พึ่งพิง เจ้าชาตาเป็นผู้หมกมุ่นกับการสร้างรากฐานชีวิต บ้านเรือน ที่ดิน หรือความมั่นคงส่วนตัวอย่างหนัก จนบางคราวกลายเป็นความยึดติด คิดมาก เครียดง่าย และขาดความผ่อนคลายทางจิตใจ ภาระงานหรือปัญหาที่เกี่ยวข้องกับคู่ครอง มักย้อนกลับมาถ่วงรั้งหรือเป็นภาระหนักอกหนักใจแก่เจ้าชาตา ต้องรับผิดชอบแทน หรือแก้ปัญหาแทนผู้อื่นอยู่เสมอ
อ่านมาถึงตอนนี้ ถ้าศึกษาโหราศาสตร์ไทยอย่างเป็นระบบ มีหลักมีเกณฑ์ ก็จะไม่ยาก สามารถจะพยากรณ์ดวงชาตาเดิมได้อย่างแม่นยำ และถูกต้องความเป็นจริง
อ่านรายละเอียดพร้อมตัวอย่างประกอบที่ www.arjarnthi.com
สนใจเรียนโหราศาสตร์ไทย ระบบธาตุและเรือนชาตาอย่างมีระบบ มีหลักสูตรในการเรียนการสอน อาจารย์จะเปิดสอนรุ่นที่ ๒๐ วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙ สนใจเรียน สอบถามรายละเอียดในในการเรียน ให้อินบ๊อก : m.me/arjarnthi